[Letocest] Worried about you

Title : Worried about you

Couple : Shannon Leto x Jared Leto

Author : Lizxeh

Warning : Boy’s love , Incest , อ้างอิงจากทวีตนี้ค่ะ ★จิ้มจ้า★

.

★      ★      ★     ★      ★      ★      ★      ★      ★       ★      ★      ★      ★      ★

.

.

Toronto , Canada

.

.

นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอระบบสัมผัสขึ้นลงเพื่อฆ่าเวลารอการเข้าฉากกับบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์ที่กระแสแรงเกินคาดจากยอดวิวในยูทูปที่พุ่งขึ้นถึงยี่สิบล้านในเวลาไม่กี่วัน นับว่าเป็นผลตอบรับที่คาดไม่ถึงสำหรับหลายๆคนกระทั่งตัวนักแสดงเอง

.

เสียงตะโกนเรียกชื่อดังขึ้นให้นักแสดงหนุ่มหันไปยังต้นเสียงก่อนจะพบทีมงานเดินเข้ามาพร้อมน้ำและบอกให้เตรียมตัวเข้าฉากในอีกไม่กี่นาทีที่จะถึงนี้ จาเร็ดพยักหน้ารับพลางมองจอเครื่องมือสื่อสารอย่างเบื่อๆ ก่อนจะสะดุดกับข้อความบางอย่างที่ทำเอาใจแทบหล่นไปกองที่พื้น

.

การก่อการร้ายในลอสแองเจลิสที่อาจเกิดขึ้นและยาวนานถึง 100 วัน

.

จาเร็ดอยากหายตัวไปบ้านเกิดทันทีที่ได้เห็นข่าวนี้ ไม่ใช่แม่ที่เป็นห่วงเพราะก่อนมาเขาให้เอ็มม่าไปรับแม่มาอยู่ที่นิวยอร์คแล้วเรียบร้อย แต่ที่ห่วงที่สุดคือพี่ชาย

.

แชนนอนกลับไปเที่ยวที่บ้านเมื่อสองวันก่อน

.

เสียงตะโกนเรียกชื่อดังขึ้นอีกครั้งแต่ในคราวนี้จาเร็ดไม่มีสมาธิพอจะสนใจว่าหญิงสาวคนเรียกจะพูดอะไรเพราะอย่างเดียวที่สนใจในตอนนี้คือกดโทรศัพท์หาพี่ชายคนเดียวที่มีแม้อาจจะต้องโดนตำหนิว่าไม่ตั้งใจทำงาน แต่นาทีนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตคนที่เขารัก

.

.

.

ปลายสายยังคงไร้การตอบกลับมีแค่เพียงสัญญาณรอสายให้ได้ฟังที่แม้จะฟังมาบ่อยแค่ไหนแต่ในเวลานี้มันช่างน่ารำคาญจนอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งถ้าไม่ติดที่ว่าคนที่เขาห่วงที่สุดอาจตกอยู่ในอันตรายและช่องทางติดต่อสิ่งเดียวที่มีและเร็วที่สุดคือการต่อสายตรงหาเจ้าของเบอร์

.

ทีมงานหลายคนเดินมาให้กำลังใจเมื่อรู้เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น เพราะทุกคนรู้ดีว่านอกจากหน้าที่การงานที่นักแสดงหนุ่มทุ่มเทแล้วก็มีเพียงครอบครับเท่านั้นที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และรู้ดีว่าหากมีเที่ยวบินที่สามารถส่งเจ้าตัวไปหาคนที่กำลังเป็นห่วงอยู่ได้ก็คงพากันจัดเตรียมเที่ยวบินให้ได้เดินทางไปแล้ว ติดอยู่ที่ว่าเที่ยวบินหลายสายไม่มีให้บริการในช่วงเวลาดึกดื่นแบบนี้

.

.

จาเร็ดยังคงพยายามติดต่อพี่ชาย โดยนี่เป็นการโทรหาครั้งที่เท่าไรแล้วก็จำไม่ได้รู้แต่ปลายสายก็ยังคงไร้การตอบกลับเช่นเดิมนั่นยิ่งทำให้ความเป็นห่วงที่มีเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นความกังวลและคงยากที่จะให้นั่งเฉยอยู่บนโซฟานิ่มๆบนคอนเทนเนอร์

.

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นเมื่อนักแสดงหนุ่มลุกเดินไปดับกระหายด้วยน้ำเปล่าในตู้แช่เย็น เขารีบวางแก้วโดยไม่ใส่ใจว่ามันจะอยู่ถูกที่ทางหรือไม่หรือมันจะหกเลอะพื้นไหม เพราะในตอนนี้สิ่งเดียวที่จดจ่อคือให้คนที่โทรเข้ามาเป็นคนที่เขาพยายามโทรหาเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

.

นิ้วเรียกจิ้มกดรับโดยไม่ใส่ใจมองเลขหมายก่อนจะพยายามระงับสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเมื่อได้ยินคำพูดจากอีกคนที่เขาเฝ้าเพียรโทรหามาตลอด

.

“ตอนนี้อยู่นิวยอร์คแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้รับสายนะ ฉันลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน”

.

จาเร็ดทั้งโมโหทั้งโกรธที่พี่ชายคนเดียวอย่างแชนนอนที่ไม่โทรมาบอกตั้งแต่แรก แต่ก็ดีใจที่ได้รู้ว่าไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นกับคนที่ห่วงจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร

.

“เจย์? ยังอยู่รึเปล่า?”

.

เสียงแชนนอนดังออกมาเมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากเจ้าของบทบาทโจ๊กเกอร์ผมเขียวคนใหม่สุดบ้าบิ่นคนนี้

.

“เจย์ เฮ้นายโอเคไหม? เป็นอะไรรึเปล่า?”

.

แล้วแชนนอนก็ได้รู้ว่าน้องชายที่ใครต่อใครมองว่าเข้มแข็งเสียมากมายกำลังร้องไห้

.

.

“ฉันรักนาย”

.

เสียงแหบแห้งปนสะอื้นดังออกมาจากลำคอของนักแสดงและนักร้องหนุ่มที่ในตอนนี้ไม่อายที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งที่อยู่ต่อหน้าผู้ช่วยส่วนตัวบนคอนเทนเนอร์

.

.

เพราะความดีใจที่ได้รับรู้ว่าคนที่รักปลอดภัยคือสิ่งสำคัญมากกว่าทุกอย่างบนโลกเน่าๆใบนี้

.

.

.

.

.

.

.

FIN.

– จริงๆมันก็จะไม่มีอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดไม่ปิ๊งไอเดียตอนกินไก่ทอดและดันเห็นทวีตนี้ เลยมโนเอาว่าพี่น่อนกลับไปเที่ยวที่บ้านโดยจาเร็ดเองที่เพิ่งบินไปโตรอนโต้เห็นข่าวแล้วห่วงสามีพี่ชายเลยโทรจิกๆๆๆๆ เพราะกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นกับคนที่รัก

– อีกอย่างคือมันมาตอนกำลังง่วงๆค่ะ เมื่อคืนมัวแต่เล่นเกมเพลินไปหน่อยวันนี้เลยง่วงซะตั้งแต่หัวค่ำแน่ะ :p

– แค่นี้ล่ะค่ะ 5555555555 ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านแล้วก็เม้นนะคะ :3

Advertisements

[Letocest] Secret

Title : Secret

Couple : Shannon Leto x Jared Leto

Author : Lizxeh

Warning : Boy’s love , Incest , มีพอร์นเล็กๆน้อยๆพอชุ่มชื่นหัวใจ

/

★  ★  ★ ★  ★  ★  ★  ★  ★  ★  ★  ★ ★  ★  ★  ★  ★  ★

/

/

ทุกคนมีความลับ

/

/

ไม่ว่าจะคนดังหรือคนธรรมดาต่างก็มีความลับกันทั้งนั้น

/

/

คุณล่ะมีความลับหรือเปล่า?

/

/

ส่วนความลับของผมน่ะหรือ?

/

/

มันเป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วอาจไม่เลวร้าย แต่ผมแอบรักใครคน ‘ใกล้ตัว’ คนหนึ่งมานาน

/

/

นานมากพอที่มันจะแปรเปลี่ยนจากความชอบเป็นความรัก

/

/

    

/

/

ร่างที่ท่วมไปด้วยเหงื่อจากกิจกรรมบนเวทีเดินอย่างคนใกล้หมดแรงเพื่อกลับไปยังห้องพักด้านหลังแต่แม้จะเหนื่อยล้าเพียงใดใบหน้ากลับปรากฏไปด้วยรอยยิ้มเพราะผลตอบรับที่ดีเกินคาดจากแฟนๆทำให้บัตรขายหมดภายในเวลาสิบสองนาที

/

จาเร็ดล้มตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องแต่งตัว แผ่นอกไหวแรงจากการสูดลมหายใจเข้าออกหลังเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมสุดมันที่ได้ทำลงไปเมื่อครู่

/

มือเรียวควานหาเครื่องมือสื่อสารสีเงินเพื่อกดโทรออกหามือกลองของวงที่ไม่เห็นหน้ามาตั้งแต่คอนเสิร์ตจบลง ไม่ใช่เรื่องแปลกหากแชนนอนจะหายไปทำธุระส่วนตัวหรือพูดคุยกับแฟนๆ เพียงแต่ต้องไม่ใช่ในวันที่ตกลงกันไว้หลังพนันเกมที่ท้าทายว่าหากใครแพ้คนนั้นต้องเลี้ยงอาหารอีกฝ่ายทันทีที่คอนเสิร์ตจบลง

/

และในวันนี้เขาเป็นคนชนะจากการทำให้แฟนๆเงียบเสียงลงได้ขณะพูดบนเวที

/

แต่แชนนอนไม่

/

ดูเหมือนเสียงแชนนอนจะเป็นที่ต้องการสำหรับแฟนๆเพราะแค่เจ้าตัวพูดทักทายเพียงคำเดียวเสียงกรีดร้องก็ดังไปทั่วทั้งฮอล์จัดแสดง แม้จะพยายามบอกให้เงียบเท่าไรแฟนๆก็ยิ่งกรี๊ดดังขึ้นไปอีกจนเจ้าตัวต้องยอมแพ้ในที่สุด และแน่นอนว่าอาหารเย็นในวันนี้เขาจะไม่ต้องออกตังค์แม้เพียงสักเหรียญเดียว

/

เสียงเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะปรากฏร่างของสมาชิกร่วมวงอีกคนที่เดินเข้ามาหา จาเร็ดถามไถ่ถึงแชนนอนและโทโมอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมาว่าคนแพ้พนันหายไปไหน

/

/

“เอ่อ..ฉันเห็นล่าสุดก็กับผู้หญิงผมบลอนด์คนนึงที่ไม่น่าจะเป็นแฟนๆของเรา”

/

/

สีหน้ายุ่งยากของจาเร็ดปรากฏขึ้นให้โทโมต้องอธิบายต่อว่าสองคนที่พูดคุยอย่างสนิทสนมนั้นน่าจะไปทำอะไรกันที่ไหน และนั่นทำให้คิ้วของคนชนะเริ่มขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม

/

/

เพราะดูเหมือนในคืนนี้เขาจะโดนเบี้ยวนัด

/

/

    

/

/

ห้องพักเป็นสิ่งเดียวที่ต้องการมากที่สุดเพราะในตอนนี้สิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุดคือน้ำอุ่นๆและเตียงนุ่มๆแน่นอนว่ากระเพาะก็ต้องการการเติมเต็มเช่นกันเพียงแต่คงไม่ใช่อาหารหรูที่วางแผนจะได้กินในคืนนี้ อย่างดีก็คงเป็นอาหารของทางโรงแรมที่มาเสิร์ฟให้ได้ถึงห้อง

/

เสื้อผ้าชื้นเหงื่อถูกถอดลงพื้นกระจัดกระจายโดยไร้ความใส่ใจจากเจ้าของที่ดูเหมือนในเวลานี้จะสนใจเพียงอ่างอาบน้ำสีขาวครีมในห้องน้ำใหญ่เท่านั้น

/

แต่เสียงบางอย่างจากอีกห้องดังขึ้นมาเรียกความสนใจไปเสียก่อน

/

จาเร็ดแนบหูกับผนังห้องเพื่อหาคำตอบว่าคนข้างห้องกำลังทำอะไรถึงได้มีเสียงบางอย่างถูกกระแทกดังลอยข้ามห้องมาแบบนี้ และแวบเดียวก่อนที่ความสงสัยจะก่อตัวไปมากกว่านี้ สมองก็หาคำตอบจากความทรงจำให้ได้รู้ว่าใครอาศัยอยู่ห้องด้านข้าง

/

/

แชนนอน

กับผู้หญิงที่โทโมเห็น

/

/

ความโมโหก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้และไม่คิดจะห้าม แชนนอนกำลังมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นคนที่เขาไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้า คนที่เขาถือว่าหล่อนคือมารทำลายความสุข

/

แต่แม้จะทั้งโมโหทั้งเจ็บใจแค่ไหนจาเร็ดก็ยังคงแนบหูติดกับผนังห้องเพื่อฟังเสียงชายหญิงร่วมรักกันอย่างสุขสมแม้ลึกๆในใจจะบอกให้เดินถอยห่างออกมาแล้วรีบไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จซะจะได้รีบเข้านอนพักผ่อนเพื่อออมแรงไว้สำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้น

/

แต่ความอยากและจินตนาการที่เริ่มก่อตัวขึ้นทำให้ยากจะตัดใจหันหลังหนีเมื่อความต้องการกำลังปะทุขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่

/

มือขาวลูบไล้ทั่วหน้าท้องของตนก่อนจะเคลื่อนลงต่ำเพื่อสัมผัสกับสิ่งแข็งขืนที่ชูชันรอรับการสัมผัสจากนิ้วมือทั้งห้า ทั้งที่ใบหูยังคงแนบผนังตามเดิมเพื่อฟังเสียงครวญครางของคนห้องข้างๆ

/

/

“อ่า..”

/

/

ในนาทีนี้เสียงเล็กแหลมถูกเบลอไปด้วยจินตนาการสกปรกที่คิดไปไกลว่าฝ่ายถูกกระทำคือตัวเขา ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายคนนั้น

จินตนาการสกปรกที่เขาคือฝ่ายถูกแชนนอนกระทำตามใจกับร่างกาย

/

/

“อือ..แชน”

/

/

สองขาเริ่มหมดเรี่ยวแรงเมื่อหัวสมองคิดภาพไปถึงท่วงท่าต่างๆนาๆที่ปรารถนาจะทำในสักครั้งแม้ว่ามันจะผิดแปลกก็ตามแต่เขาไม่แคร์ เมื่อความชอบที่มีแปลเปลี่ยนเป็นความรักและความรักคือตัวแปลที่ทำให้เกิดจินตนาการจนต้องตอบสนองด้วยตนเองแบบนี้

/

ฝ่ามือขาวเร่งจังหวะเร็วขึ้นเมื่อภาพในจินตนาการชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆจนทุกอย่างรอบตัวถูกปล่อยลืม เปลือกตาบางที่ปิดลงพร้อมเสียงครางที่กระเส่าขึ้นบ่งบอกได้ดีว่าภาพในหัวที่คิดขึ้นมาเองนั้นเร่าร้อนแค่ไหน

/

จาเร็ดรูดรั้งแกนกายจนแทบปลดปล่อยเมื่อภาพในสมองเป็นตัวเองที่ตกเป็นทาสรักของพี่ชาย ภาพแชนนอนที่กระแทกกระทั้นบั้นท้ายน้องชายราวราชสีห์ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ที่ทั้งดุร้าย รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยราคะ

/

ขยับมือเร็วขึ้นเมื่อตัวเองในจินตนาการที่โดนกระทำทั้งทางด้านหลังและด้านหน้าที่ถูกลูบไล้ไปด้วยมือพี่ชายกำลังจะถึงปลายทางของสวรรค์และตัวเขาในโลกความเป็นจริงก็เช่นกันที่อีกไม่นานความทรมานแต่สุขสมทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยออกมา

/

/

“อ๊ะ..อ่าาา”

/

/

ของเหลวสีขาวขุ่นไหลรินรดสู่ฝ่ามือเรียว ความอุ่นร้อนเล็กน้อยปลุกให้รับรู้ถึงโลกความเป็นจริงที่ไม่มีเตียงสีเข้ม ไม่มีพันธนาการใดๆและไม่มีคนที่ร่วมรักด้วยกัน มีเพียงเขาที่เปลือยเปล่าและช่วยตัวเองด้วยการแอบฟังพี่ชายมีสัมพันธ์กับหญิงแปลกหน้าและเก็บมาจินตนาการว่าผู้หญิงคนนั้นถูกแทนที่ด้วยตนเอง

/

/

จาเร็ดยิ้มเยาะตัวเองเมื่อคิดว่ามันน่าสมเพชแค่ไหนที่ต้องอาศัยเสียงครางของคนอื่นมาช่วยให้ตนเองถึงฝั่งฝัน ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระล้างสิ่งสกปรกโดยไม่ลืมที่จะทำความสะอาดพื้นที่กิจกรรมเมื่อครู่ที่ยังหลงเหลือของเหลวสีขาวขุ่นบนพื้นอยู่เล็กน้อย

/

พรุ่งนี้เขายังต้องเดินทางต่อ คงไม่มีเวลามานั่งร้องไห้เสียใจเท่าไรนัก แต่น้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆแบบนี้เป็นสิ่งที่ห้ามได้ยากจริงๆ

/

/

/

เพราะสิ่งที่อยู่ในใจหากใครได้รู้คงไม่ยอมรับ

/

/

ต้องยอมให้คนคนนั้นไปไหนหรือมีสัมพันธ์กับใครตามที่ต้องการ

/

/

ต้องยอมให้โดนทำร้ายจิตใจอยู่อย่างนี้โดยที่อีกคนไม่รับรู้

/

/

ต้องสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ด้วยรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ

/

/

/

และเพราะความลับคือเขารักแชนนอนมากเหลือเกิน น้ำตาเลยไหลไม่หยุดเสียที

/

/

/

/

FIN. ?

/

/

/

/

กราบสวัสดีค่าาาาา เอาฟิคพี่น้องบาปๆมาลงอีกแล้ว 555555 อยากบอกว่าในตอนท้ายๆของเรื่องนี่ดูมึนๆหน่อยนะเพราะเราพิมพ์ตอนมึนๆ อาการปวดหัวไม่เอื้ออำนวยให้ทำบาปเท่าไรค่ะ orz ได้มาแค่นี้เอง ถถถถถ

/

แต่ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากทำพาร์ทพี่น่อนบ้าง แฮ่กๆๆๆ คนน้องยังขนาดนี้ คนพี่จะขนาดไหนน้ออออ

/

/

รบกวนเม้นนิดดดดนึงได้มั้ยคะ? เราแค่อยากรู้ว่ามีใครชิปเหมือนเราบ้าง 5555 ตำหนิติเตียน ด่าว่ากันได่ตามสบาย เราอยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกับฟิค แงงงง ;—-; รบกวนนิดนึงนะคะะะ  

/

/

แถมๆ ภาพเหตุการณ์ที่พี่น่อนบอกให้เงียบแต่แฟนๆยิ่งกรี๊ดมากขึ้นตอนพี่น่อนพูด แล้วก็หัวเราะกันสองพี่น้อง

ดูจาเร็ดแฮปปี้กว่าใครเลยนะ 55555555555

/

/

tumblr_nlji8yE8IO1rp7vazo1_500

tumblr_nlji8yE8IO1rp7vazo2_500

[Letocest] Her

Title : Her

Couple : Shannon Leto x Jared Leto

Author : Lizxeh

Warning : Boy’s love , Incest

Note :  มันคือช็อตฟิคค่ะทุกคน ช็อตฟิคที่เกิดเพราะสายฝนในตอนเกือบตีสอง 555555555 และมันช็อตสมชื่อมากๆ

/

/

=======================================================

/

/

ในเช้าวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าครึ้มไปด้วยเมฆดำและสายฝนโปรยปราย ความขี้เกียจเกาะกุมทุกอณูร่าง สิ่งเดียวที่อยากทำคือนอนซุกในผ้าห่มบนเตียงนุ่มๆแล้วเปิดเพลงคลอให้มันกล่อมจนหลับไป

/

แต่ความกังวลที่มีในตอนนี้ทำให้อยากออกไปจับท้องฟ้าพลิกแล้วควานหาคนที่ควรจะถึงบ้านตอนสิบโมงเช้าวันนี้ที่ไร้วี่แววมาแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง

/

/

จาเร็ดไม่เคยสายขนาดนี้

/

/

เป็นเรื่องไม่บ่อยที่เจ้าตัวจะไปไหนมาไหนหรือกระทั่งกลับบ้านสายขนาดนี้ ช้ามากสุดเท่าที่เคยมีมาคือสิบห้านาทีในงานแฟชั่นโชว์ของดีไซน์เนอร์ดังคงหนึ่งที่จัดขั้นในปารีส

/

และจะไม่ห่วงเท่านี้หากโทรศัพท์ติดต่อได้ แต่เสียงเรียกที่บอกว่าสัญญาณไม่มีบ่งชี้ว่าเจ้าตัวคงจะอยู่บนอากาศน่านฟ้าไหนสักประเทศ และนั่นทำให้เขาไม่อาจซุกตัวในผ้าห่มนอนฟังเพลงอย่างที่ควรจะทำได้

/

/

“เอ็มม่า เธอไปกับจาเร็ดรึเปล่า?”

/

/

เสียงตอบรับที่ได้ยินกลับไม่เป็นที่ต้องการเมื่อหนึ่งในทีมงานคนสนิทกลับไม่ได้เดินทางไปดูแลเจ้าตัวที่โตรอนโต้อย่างที่ควรจะทำด้วยเหตุผลเดียวสั้นๆ

/

/

“จาเร็ดบอกให้ฉันหยุดพักแล้วจะไปกับซาช่า”

/

/

ซาช่าคือผู้จัดการคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานนักและเป็นคนเดียวที่เขาไม่ชอบหน้าเธอเท่าไรจากการที่เธอมักไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ทำอะไรไม่บอกกล่าวให้ใครรับรู้ ไม่เตรียมตารางการทำงานล่วงหน้าและเป็นเอ็มม่าทุกครั้งที่จัดวางตารางงาน ตารางซ้อม งานอีเวนท์ งานแสดง ฯลฯ ให้กับเราทุกคน แต่ซาช่าไม่ เธอติดต่อเพียงแค่กับจาเร็ดราวกับมีเรื่องจำเป็นต้องรู้กันสองคน

/

/

“เจย์มาเครื่องบินสาธารณะหรือส่วนตัว?”

/

/

“อ่า จากตารางที่ฉันมีจาเร็ดน่าจะมาสาธารณะนะแชนนอน แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่มาสักทีเพราะไฟลท์บินที่เขาบอกฉันเมื่อคืนมันควรจะมาถึงตั้งแต่เก้าโมงห้าสิบแล้ว”

/

/

เข็มนาฬิกาบนผนังบอกว่านักร้องนำของวงมาช้ากว่ากำหนดการณ์เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้วและคนที่รออยู่ทางนี้ก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากคอยนั่งมองประตู นั่งฟังเสียงกริ่งที่อาจดังได้ทุกเมื่อ นั่งพลิกข้อมือดูเวลาซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ยังไม่มีวี่แววของเจ้าของบ้านผมเขียวคนนั้น

/

/

★  ★  

/

/

จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นและประตูที่เขาเปิดออกอย่างรวดเร็ว

/

/

จาเร็ดยืนอยู่ตรงหน้าพี่ชายคนเดียวที่มี พร้อมกับสาวน้อยผมสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าบ่อยนัก

/

/

จาเร็ด เลโต และ วาเลรี่ คอฟแมน

/

/

แชนนอนไม่มีกระทั่งอ้อมกอดหรือคำพูดทักทายใดๆให้กับน้องชายที่มาสายไปสองชั่วโมง เพราะภาพตรงหน้าบอกให้รู้ดีถึงสาเหตุการมาสายในครั้งนี้ของคนเป็นน้อง

/

บอกให้รู้ว่าการเปลี่ยนแผนจากเครื่องบินสาธารณะเป็นส่วนตัวนั้นก็เพียงเพื่อได้ร่วมมื้อเช้ากับสาวคนรักเลยยกเลิกเที่ยวบินและเปลี่ยนกำหนดการณ์หลายๆอย่างผ่านซาช่า โดยไม่บอกเอ็มม่าหรือคนอื่น

/

/

และมันบอกให้รู้ว่าความเป็นห่วงที่เขามีต่อเจ้าตัวตลอดเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมาช่างไร้ค่า

/

/

น้ำเสียงเฮฮาสดใสเอ่ยถามขึ้นจากด้านหลังว่าเขาเป็นอะไรไป ทำไมถึงไม่มีการทักทายที่ทำกันบ่อยๆ ทำไมดูเหมือนเขาโกรธ ทำไมเขาต้องเดินหนี ทำไมเขาต้องใส่อารมณ์โดยปัดแจกันตกแตก และทำไมเขาต้องล็อกห้อง

/

/

คำตอบมีหลายข้อให้กับคำถามที่คนเป็นน้องถามออกมา

/

/

เพราะจาเร็ดเปลี่ยนกำหนดการณ์โดยไม่บอกกล่าวใครสักคนนอกจากซาช่า

/

เพราะซาช่าไม่บอกใครต่อทั้งนั้นเพราะเธอมันห่วย

/

เพราะจาเร็ดที่ไม่ยอมโทรบอกกระทั่งพี่ชายแท้ๆที่อยู่ร่วมบ้าน

/

เพราะจาเร็ดที่ทำหน้าระรื่นโดยไม่สนใจว่าใครจะห่วงแค่ไหน

/

เพราะซาช่าที่เป็นเพื่อนวาเลรี่

/

เพราะวาเลรี่คือผู้หญิงที่น้องชายเขาเลือกให้มาเคียงข้าง ..นานถึงสี่ปี

/

และเพราะเขาตกหลุมรักน้องชายตัวเองตั้งแต่วัยรุ่นจนตอนนี้ และมันถอนตัวไม่ทันแล้ว

/

/

★  ★  

/

/

“แชนนอน! เปิดประตูแล้วมาคุยกัน อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้”

/

“แชน! ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้นและอย่ามาทำเงียบกับฉัน แชน!”

/

/

ความเงียบในห้องเริ่มทำให้จาเร็ดไม่แน่ใจว่าเจ้าของห้องยังอยู่ข้างในหรือเปล่า และจากการลองหมุนลูกบิดเปิดประตูก็ทำให้ได้รู้คำตอบว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนี้แล้ว

/

ผ้าปูเตียงกับผ้าห่มผืนบางถูกมัดต่อกันและยาวลงไปนอกหน้าต่าง ยาวพอจะให้ใครก็ตามที่ปีนลงไปไม่เจ็บตัวกับความสูงของบ้านสองชั้นหลังนี้

/

นอกจากเจ้าของห้องที่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว เสื้อผ้า รองเท้า ไม้กลอง หรือกระทั่งแลปท็อปก็ไม่อยู่ที่นี่แล้วเช่นกัน เหมือนเจ้าของพามันไป ไปในที่ที่เขาไม่มีทางรู้ว่าคนมีเพื่อนเยอะอย่างแชนนอนจะไปไหน

/

เพราะที่รู้อย่างเดียวในตอนนี้ นี่คือการทะเลาะที่รุนแรงครั้งแรกในชีวิตสี่สิบปีของเขาและพี่ชาย

/

/

“จาเร็ด หาแชนนอนเจอหรือยังน่ะ?”

/

/

หรือการทะเลาะครั้งนี้จะเป็นเพราะคนที่เขาพามา แต่เหตุผลล่ะ ?

/

/

/

FIN. ?

[Letocest] I was blind

Title : I was blind

Couple : Shannon Leto x Jared Leto

Author : Lizxeh

Warning : Boy’s love , Incest

Note : มันมาอีกแล้วค่ะ ฟิคผิดศีลแต่ก๊าวยิ่งนัก ฟฟฟฟฟฟฟ ;///////;

ปล. ตัวเอียงคืออดีตนะคะ  ตัวสีม่วงคืออดีตนะคะ

แก้ไขค่ะ พอดีลองเปิดในมือถือเราแล้วมันไม่เอียง ;—-;

.

.

====================================================

.

.

.

สัมผัสหนักหน่วงของฝ่ามือและนิ้วทั้งห้าบนใบหน้าที่ทิ้งรอยไว้ให้ได้นั่งระลึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยมีผู้หญิงที่เจ็บปวดจากความรัก เจ็บปวดจากคนที่เธอคิดว่าเขารัก

แต่ทั้งหมดคือความว่างเปล่า

.

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้รักเธออย่างจริงจัง

.

เขารักคนอื่น คนอื่นที่ที่ผ่านมาชายหนุ่มนั้นมองข้ามมาตลอดและเขามารู้ตัวเอาก็ต่อเมื่อเราคบกันมาได้ถึงห้าปี

.

แต่เธอไม่โกรธเคืองผู้ชายคนนั้นเลย คนที่ทิ้งเธอไปเลือกใครอีกคน

.

เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาเธอเองก็แอบมีใครคนอื่นอยู่เสมอๆ มันค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับสาวรักสนุกที่ต้องถูกผูกมัดอยู่กับใครแค่คนเดียว

แต่เพราะความดีของเขาที่ต่อให้เธอทำตัวไม่ดีมากแค่ไหนเขาก็พร้อมให้อภัยและยังรักเธอเสมอ เธอจึงเลือกอยู่กับเขาแม้ในหลายครั้งที่รู้สึกเพียงความอุ่นใจแต่ไม่ใช่รัก

.

และในตอนนี้เขาคงได้เจอคนที่พร้อมจะดูแลและปกป้อง ไม่ทำร้ายจิตใจอย่างที่เธอทำ

.

ส่วนเธอเองก็จะขอออกตามหารักครั้งใหม่ แม้จะเสียใจเล็กน้อยกับการต้องเสียคนดีๆไป แต่เขาก็สมควรได้รับอะไรที่ดีกว่านี้และเธอเองก็สมควรแล้วที่ต้องสูญเสียคนดีๆเพราะนิสัยของตัวเอง

.

.

.

.

จาเร็ดนั่งซึมซับความเจ็บปวดจากรอยแดงข้างแก้ม ในตอนแรกมันเป็นแดงจางๆแต่ในตอนนี้มันเริ่มเป็นแดงช้ำจนน่ากลัวว่าจะติดอยู่กับใบหน้าของเขาไปตลอด

.

“เกิดอะไรขึ้น”

.

ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเดินเข้ามาพร้อมน้ำดื่มเย็นๆสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นของเจ้าตัว ส่วนอีกแก้วเป็นของน้องชายที่นั่งหน้าอมทุกข์อยู่บนโซฟาตัวโต

.

“ฉันกับเอลิเซ่ ..เราเลิกกันแล้ว”

.

ประโยคสั้นๆที่ออกจากปากน้องชายทำให้คนเป็นพี่ได้แต่ถอนหายใจและทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ มือใหญ่เอื้อมบีบไหล่เล็กให้กำลังใจด้วยรู้ดีว่าความรักที่ทั้งสองคนมีต่อกันนั้นมากแค่ไหน คงเป็นเรื่องยากถ้าจะบอกให้ทำใจในตอนนี้

.

เพราะความรักไม่ใช่เล่นขายของที่เมื่อไม่พอใจเราจะเริ่มมันใหม่ได้ มันมีแต่คำว่าเกมโอเวอร์ ได้แต่ต้องเลือกหาเส้นทางเดินอื่นต่อไป

.

“ฉันเพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมา ฉันรักคนอื่นมาตลอด ..คนอื่นที่ไม่ใช่เธอ”

.

คนเป็นพี่นั่งฟังอย่างใจเย็นเพราะคิดว่าจาเร็ดกำลังต้องการให้มีคนรับฟังมากกว่าคนแสดงความคิดเห็น

เรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะไม่รู้ในเมื่ออกหักเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาเสียแล้ว

.

“ฉันเข้าใจมาตลอดว่าฉันรักเธอ ตั้งแต่งานพรอมตอนนั้น ..ตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว”

 .

.

.

★  5 years ago ★

.

.

.

เสียงพูดคุยวุ่นวายของเหล่านักเรียนไฮสคูลเซ็งแซ่ไปทั่วห้องโถงประจำโรงเรียน ในคืนนี้คืองานพรอมที่ทั้งสาวๆและหนุ่มๆรอคอยจะได้พาใครบางคนมาเปิดตัว

หรือบางคนก็ถือเป็นโอกาสในการเชิญคนที่หมายปองไว้มาร่วมงานเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าเขาหรือเธอกำลังได้รับความสนใจจากคนที่เชื้อเชิญ

.

หนุ่มสาวแต่ละคนล้วนแต่งตัวมาเพื่ออวดโฉมกันอย่างเต็มที่ตามตีมคือเจ้าหญิงเจ้าชายที่แม้ว่าจะเป็นตีมงานที่ซ้ำซากจำเจกับสไตล์นี้ แต่ทั้งหนุ่มสาวก็พากันประโคมเครื่องแต่งกายเต็มที่

.

ทั้งแบบสวยสง่าราวราชินีหรือน่ารักสมวัยอย่างเจ้าหญิงที่หนึ่งในนั้นคือสาวเก่งชอบเที่ยวอย่างเอลิเซ่ เด็กสาวหน้าตาดีที่ใครต่อใครพากันชื่นชมและหวังครอบครองแม้ไม่ได้ใจแค่เพียงกายก็ถือว่าคุ้มค่า

.

แต่น้อยคนที่หวังจะครอบครองทั้งกายใจ หวังเป็นเจ้าของเธอเพียงคนเดียว หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่มหน้าตาดี ดวงตาสีฟ้าสว่างแม้ยามแสงริบหรี่และยิ่งชัดเจนไปอีกเมื่อแสงตกกระทบ

.

“กล้าๆหน่อยน้องชาย”

.

ชายหนุ่มหน้าคมคนหนึ่งกล่าวเมื่อเห็นว่าน้องชายตัวเองเอาแต่ยืนมองเด็กสาวผมบลอนด์หน้าตาดีแต่ออกจะนิสัยไม่น่ารักเท่าไรนัก

.

“ฉันโอเคแล้วใช่ไหมแชนนอน”

.

เจ้าของดวงตาสีฟ้าสว่างหันมาถามกับชายหนุ่มเจ้าของชื่อเมื่อจู่ๆความประหม่าและความไม่มั่นใจทั้งหมดเททับตัวเขาอย่างฉับพลัน ผิดกับตอนที่ลองสวมชุดทักซิโด้ลิบลับ ที่ในตอนนั้นเขาทั้งมั่นใจและมุ่งมั่น

.

“ถ้านายมีความกล้า ทุกอย่างมันก็โอเคเอง”

.

หนุ่มน้อยในทักซิโด้ยิ้มรับคำแนะนำจากพี่ชายที่อายุมากกว่าถึงสองปีที่ถึงแม้จะจบการศึกษาจากที่นี่ไปและศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังมางานที่นี่

ไม่ใช่เพียงเพื่อมาส่งน้องชายแต่เพราะศิษย์เก่าทุกคนถือว่าวันงานพรอมคือวันรวมรุ่นเพื่อเลี้ยงฉลองซึ่งจัดอยู่ในโรงแรมใกล้ๆโรงเรียนแห่งนี้

.

และปีนี้ก็เป็นปีที่สองที่เจ้าของดวงตาสีเฮเซลกลับมาเยือนโรงเรียนเก่า ในคราวที่แล้วเขามาเพราะงานเลี้ยงรุ่นหากแต่คราวนี้นอกจากงานเลี้ยงรุ่นแล้วก็เป็นการพาน้องชายคนเดียวที่มีมางานพรอมที่เจ้าตัวรอคอยมาตลอดตั้งแต่ตกหลุมรักเด็กสาวร่วมห้อง

.

“เฮ้แชนนอน ทำไมมานั่งเหงาแบบนี้วะ สาวๆรุ่นน้อยมองแกตาเป็นมันเลย บางคนแทบลืมคู่พรอมตัวเองด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆๆๆ”

.

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทเดินมาพูดคุยเมื่อเห็นเพื่อนสนิทนั่งสูบบุหรี่ด้วยใบหน้าที่ไม่มีความสุขเท่าไรนัก และเขารู้ดีถึงสาเหตุของใบหน้าอมทุกข์นั่น

.

“ทำไมไม่บอกไปวะ มานั่งอมทุกข์คนเดียวแบบนี้แย่จะตาย”

.

“ฉันไม่คิดว่ามันจะสมหวัง โทโม”

.

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อโทโมตบบ่าเพื่อนเบาๆก่อนนั่งลงข้างๆและถอนหายใจให้กับความไม่กล้าของเพื่อนสุดเท่ที่แค่ส่งยิ้มก็ดึงดูดสาวๆให้เข้าใกล้แทบถวายตัวได้ราวกับเจ้าตัวเป็นแม่เหล็กแรงดึงดูดมหาศาล

แต่กลับมานั่งเป็นทุกข์กับความลับที่ปิดบังไว้ตลอด ความลับที่บอกใครไม่ได้

.

“นายอดทนมาหลายปีแล้วนะเพื่อน แถมในตอนนี้ยัยเด็กนั่นอาจจะแย่งของรักนายไปก็ได้ ใครจะรู้”

.

“ถ้านั่นทำให้จาเร็ดมีความสุข ฉันก็ยอม”

.

ใช่แล้ว ความลับที่เจ้าของดวงตาสีเฮเซลมีคือการแอบรัก แอบรักน้องชายคนเดียวที่มีอยู่ น้องชายที่ในตอนเด็กสุดแสนจะดื้อด้านและติดเขาแจแม้จะมีบ้างที่รำคาญ

แต่เพราะสายตาและหน้าเศร้าๆที่มักปรากฏทุกครั้งยามโดนเขาดุนั่นทำให้ใจอ่อนอย่างไม่มีเหตุผล

และมารู้ทีหลังว่าเขาหลงรักน้องชายของตัวเอง

.

“พระเอกจริงๆเลยว่ะเพื่อน เอาเหอะยังไงตอนนี้มานั่งอัดมะเร็งเข้าปอดก็ไม่ช่วยให้นายสมหวังได้หรอก ไปกันดีกว่า แมตโทรมาตามแล้ว”

.

.

.

.

เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้ากำลังประหม่า เขาประหม่าเพราะเด็กสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงหน้าที่มัดใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่พูดคุยกัน

.

“เอ่อ.. เอลิเซ่ วันนี้เธอสวยจัง”

.

“อ้าวจาเร็ด ฮะฮะ ขอบใจนะ เธอเองก็ดูดีเหลือเกินแล้วไหนคู่พรอมเธอล่ะ?”

.

“เอ่อคือ..”

.

คำพูดทุกอย่างติดขัดเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาว ไม่เหมือนกับตอนลองซ้อมหน้ากระจกในห้องน้ำสักนิดที่เขาทั้งพูดทั้งออกท่าทางราวกับเชี่ยวชาญ แต่เมื่อเจอตัวจรงความกล้าทั้งหลายกลับมลายหายไปเสียอย่างนั้น

.

“ถ้ายังไง.. มาเป็นคู่ให้ฉันมั้ย? เอ่อ…หมายถึงว่าถ้าเธอไม่มีใครน่ะนะ”

.

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดจากปากของคนที่เจ้าตัวแอบชอบ เขาตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องอาศัยกระบวนความคิดทางสมองใดๆทั้งสิ้น

ในเมื่อคนที่แอบชอบเอ่ยปากชวนขนาดนี้

.

“ถ้าอย่างนั้นช่วยสอนฉันเต้นรำทีนะ”

.

“ครับผมเจ้าหญิงคนงาม”

.

.

.

.

.

.

“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนไม่ยินดีเท่าไรกับคำขอวันนั้นของเธอ ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีคนแอบชอบฉัน”

.

แชนนอนนั่งนิ่งฟังด้วยความเป็นผู้ฟังที่ดี เรื่องราวเมื่อห้าปีก่อนที่น้องชายคนเดียวของเจ้าตัวลงทุนตัดชุดทักซิโด้เพียงเพื่อขอสาวน้อยที่แอบชอบเป็นคู่ในงานพรอม

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่หวานแหววเสียจนใครต่อใครอิจฉา

บางคนแสดงออกว่าไม่ชอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้

ขณะที่บางคนเลือกจะปกปิดและส่งยิ้มยินดีให้ไป

.

“ถ้าฉันรู้ตัวเร็วกว่านี้ ฉันคงไม่ต้องทำร้ายเธอและทำร้ายคนคนนั้น”

.

สายตาชายหนุ่มเจ้าของคำพูดจ้องตรงไปยังข้างหน้าที่แม้จะมีทีวีจอใหญ่แต่ราวกับเขามองทะลุมันไปด้วยความเหม่อลอย

ใบหน้าที่แดงช้ำกำลังค่อยๆจางลงแม้จะทีละนิดและเชื่องช้าแต่มันก็ไม่น่ากลัวเท่าเมื่อครู่แล้ว

เขาไม่ถือว่านี่เป็นความผิดของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นที่เลือกจะทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดของเธอลงบนตัวเขา

.

“นายแก้ไขเรื่องราวในอดีตไม่ได้จาเร็ด ที่ทำได้คือนายต้องยอมรับกับมัน แม้จะเจ็บปวดแค่ไ—”

.

“นายว่าคนคนนั้นเขายังรักฉันอยู่ไหม? คนที่ฉันมองไม่เห็นมาตลอด

.

คำพูดกล่าวแทรกของน้องชายทำให้แชนนอนต้องหยุดฟัง แม้จะดูเสียมารยาทกับการกระทำเช่นนี้แต่สำหรับคนอกหักมันถือเป็นการกระทำที่เป็นไปเองตามใจคิด

ไม่ใช่สมองที่มักประมวลความเหมาะสมก่อนจะทำอะไร

.

“นายคงต้องลองไปถามเธอดู”

.

“ไม่ใช่…” ไม่ใช่เธอ…

.

.

.

★ 2 years ago ★

.

.

.

“ว่าไงโทโม แล้วนี่แชนนอนไปไหนล่ะ”

.

เจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งไม่ตอบอะไรนอกจากกวักมือเรียกให้เด็กหนุ่มนักศึกษาเดินเข้าไปใกล้และนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน

จาเร็ดค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนพี่ชายคนที่มักเฮฮาและมอบรอยยิ้มให้เสมอแต่ในวันนี้กลับมีท่าทางเคร่งเครียดราวกับมีเรื่องทุกข์ใจมากมาย

.

“ฉันไม่รู้ว่าพูดออกไปแล้วพวกนายจะรู้สึกยังไง ฉันไม่สนใจเท่าไรนัก”

.

“เดี๋ยวๆ นายหมายถึงอะไร ช้าๆหน่อยฉันตามไม่ทัน”

.

โทโมถอนหายใจและกวาดสายตามองไปรอบตัวเหมือนต้องการมองหาใครที่เจ้าตัวไม่ต้องการให้มาอยู่ตรงนี้ เหมือนคนมีความลับที่ไม่อยากให้ใครได้ยินเรื่องราว

.

“นายยังคบกับเอลิเซ่อยู่สินะ”

.

“อือฮึ”

.

“แล้วนายรู้รึเปล่าว่าแชนนอนสูบ?”

.

“หา?”

.

ด้วยความที่แยกที่อยู่กันตั้งแต่ตอนจบมัธยมทำให้ชายหนุ่มไม่รับรู้เรื่องราวของพี่ชายอีกเลยนับจากนั้นแม้จะมีเจอกันบ้างตามมหาวิทยาลัยแต่การที่ต่างคนต่างเรียนก็ทำให้ยากที่จะมีเวลาตรงกัน

.

แชนนอนอยู่ที่บ้านหลังเดิมแต่ตัวเขาที่ไม่มีรถย้ายออกมาอยู่หอพักที่ใกล้และสะดวกต่อการไปเรียนมากกว่าจึงทำให้ความสนิทของทั้งสองลดลง

และในตอนนี้พี่ชายที่เลิกสูบไปกลับมาติดนิสัยเดิมเสียแล้ว

.

“ตั้งแต่เมื่อไรโทโม? แต่หมอนั่นสัญญากับฉันไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปทำแบบนั้นอีกนี่”

.

ชายหนุ่มผมยาวถอนหายใจเล็กน้อยและเพ่งมองหน้าน้องชายของเพื่อนสนิทที่นอกจากเรื่องของตนกับคนรักแล้วดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รับรู้เรื่องราวอื่นๆอีกเลย

นั่นทำให้ความอดทนของเขาหมดลงจนต้องมาหาเจ้าตัวในวันนี้เพื่อบอกเรื่องที่ไม่ควรบอกออกไป

.

บอกเรื่องที่แชนนอนขอร้องให้เขาปกปิดมันเพื่อความสุขของจาเร็ด

.

และอีกอย่างคือพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดีว่าเด็กสาวชื่อเอลิเซ่นั่นร้ายกาจแค่ไหน นิสัยยังไง และผ่านอะไรมาบ้างแล้ว

ในเมื่อเพื่อนน้องชายของเพื่อนที่รู้จักส่วนใหญ่ต่างได้เป็นเจ้าของเรือนร่างนั่นมาแล้วไม่ว่าจะเพราะคบกันจริงจังหรือสัมพันธ์แค่ชั่วข้ามคืน

.

ดังนั้นเมื่อรับรู้ว่าน้องชายของเพื่อนสนิทกำลังตกหลุมรักและคบกับผู้หญิงที่แทบจะผ่านผู้ชายมาอย่างเชี่ยวชาญนั่นทำให้ทุกคนต่างรู้สึกทั้งอึดอัด

ทั้งสงสารในตัวจาเร็ดที่ดูเหมือนจะไม่รับรู้หรือแกล้งทำเป็นมองข้ามไปกับนิสัยส่วนเสียของผู้หญิงคนนั้น

.

ขนาดตอนคบกับจาเร็ดเธอยังแอบไปมีสัมพันธ์กับคนอื่นเลย และคนนั้นคือเพื่อนของเขาในคณะเอง

.

ดังนั้นเพื่อช่วยทั้งจาเร็ดและแชนนอน เขาจำเป็นต้องบอกออกไป

.

“ตั้งแต่รู้ว่านายชอบเอลิเซ่”

.

“..เพราะแชนนอนรักนายมาตลอด”

.

“แต่ไม่ต้องการให้นายรับรู้มันเพราะกลัวทุกอย่างจะพังลง ..แชนนอนรักนายมากนะจาเร็ด”

.

.

.

.

.

.

ความเงียบครอบงำเป็นพักใหญ่ ทั้งพี่ชายน้องชายต่างไม่มีใครกล่าวสิ่งใดออกมา ด้วยเพราะไม่อาจคาดเดาความคิดของแต่ละคนได้

คนหนึ่งไม่เคยรับรู้ว่ามีใครบางคนแอบรักมาตลอดแต่ไม่กล้าบอกออกไป

.

คนหนึ่งแอบเฝ้ามอง แอบรัก ทำทุกอย่างเพื่อให้อีกคนได้สมหวัง มีความสุขแม้ตัวเองจะต้องเจ็บ

.

คนหนึ่งที่รับรู้แล้วในทีหลังแต่เพราะความลังเลและไม่แน่ใจเลยไม่กล้าตัดสินใจในตอนแรก ได้แต่ทนคบใครบางคนไปทั้งที่ความรักที่มีเริ่มหดหาย

.

คนหนึ่งที่แม้เวลาจะล่วงเลยมานานแค่ไหนแต่ในหัวใจก็ไม่เคยมีใคร ไม่เปิดรับใคร และเฝ้ารอแค่คนคนเดียว

.

“ขอโทษนะพี่ชาย”

.

.

“แต่..นายยังรักฉันอยู่ไหมแชนนอน

.

ลมหายใจของแชนนอนสะดุดเมื่อได้ยินประโยคที่ออกจากปากน้องชาย ความลับที่คาดไว้ว่าคงตายไปพร้อมกับเขา

ความลับที่ในชาตินี้คงไม่มีทางสมหวังและพร้อมทำทุกอย่างให้คนที่เขาแอบรักได้มีความสุข

.

ทำแม้กระทั่งสนับสนุนตอนน้องชายมาขอคำปรึกษาเรื่องการแต่งงานที่เจ้าตัวบอกเพียงแค่วางแผนไว้ก่อนยังไม่คิดจริงจังเพราะงานที่เพิ่งเริ่มทำนั้นยังไม่ลงตัวสักเท่าไร

แน่นอนว่าเจ้าสาวของตัวคือผู้หญิงที่เจ้าตัวขอคบเมื่อห้าปีก่อนในวันงานพรอม

.

และมันเป็นวันเกิดของเขาที่น้องชายคนโปรดคงจะมัวแต่ตื่นเต้นกับงานพรอมจนลืมไปเสียสนิท

.

วันเกิดปีที่เขาต้องดื่มเพียงเบียร์กระป๋องและฟังเสียงน้องชายกับเธอคนนั้นมีอะไรกันผ่านกำแพงห้องมา

.

“นาย..ทำไม”

.

“โทโมบอกฉันเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ท่าทีของนายทำให้ฉันไม่แน่ใจและนั่นทำให้กินเวลาถึงสองปีกับการที่ฉันเฝ้าสังเกตนายมาตลอด”

.

“…”

.

เจ้าของดวงตาสีเฮเซลที่เคยมั่นคงในตอนนี้กลับไหวหวั่นจนไม่อาจสบเข้ากับตาสีฟ้าสว่างของคนตรงหน้าได้

ความสับสนทั้งหมดตีเข้าหากันและสาเหตุของรอยแดงที่ข้างแก้มขาวของน้องชายก็ปรากฏ

.

“นายเลิกกับเธอเพราะ..”

.

ฉันรักนาย และที่ผ่านมากับเอลิเซ่ก็แค่ความหลงใหล ..รู้อะไรไหม”

.

“..ทั้งที่อยู่กับเธอแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนไม่มีใคร รู้สึกว่างเปล่า มันไม่เหมือนตอนมีนายอยู่ข้างๆ ฉันมันโง่เองที่ไม่รู้จักความรักที่แท้จริงและทำร้ายนายมาตลอด”

.

นายยังรักฉันอยู่ไหมแชนนอน..”

.

คำพูดที่รอมานานแสนนาน รอมาเกือบสิบปี ในวันนี้มันได้ถูกพูดออกไปแล้ว

.

ฉันรักนายเสมอจาเร็ด

.

.

.

Fin.

.

.

.

.

.

.

.

.

แถม ★

 .

.

.

“ถ้ารู้ว่านายมันจอมหื่นแบบนี้ฉันจะไม่มีวันให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แน่แชนนอน ปล่อยยยยย”

.

“ทำเป็นพูดไป นายเองก็รักฉันเหมือนกันนี่ไอ้ตัวแสบ”

.

“ปล่อยฉันได้แล้ว เลิกจูบฉันสักที! ถ้าแม่อยู่นะฉันจะฟ้องแม่!”

.

ความเงียบงันเกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อทั้งคู่ต่างนึกถึงใครบางคนที่มีพระคุณขึ้นมาได้ ใครคนนั้นที่ไม่เคยทอดทิ้งลูก

มีแต่พวกเขาที่จากลาบ้านมาไกลและนานมากแล้วที่ไม่ได้กลับไปหาผู้มีพระคุณคนนี้

.

“แชนนอน… แม่ต้องผิดหวังในตัวพวกเราแน่เลย ที่ลูกชายกลับไม่มีหลานให้อุ้ม”

.

“ไม่หรอก”

.

“ทำไมนายคิดว่างั้น?”

.

“ขอจูบก่อนแล้วฉันจะตอบ”

.

“…. เออ”

.

ริมฝีปากอิ่มของคนเป็นพี่ชายประทับลงบนลำคอขาวที่แม้เจ้าของจะพร่ำบนว่าไม่ต้องการแค่ไหนแต่ในเวลานี้กลับเชิดขึ้นเพื่อให้อีกคนได้สัมผัสอย่างเต็มที่

.

เขี้ยวเล็กๆกัดลงเบาๆบนลำคอเนียนราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าของและนั่นทำให้ขนทั้งตัวของจาเร็ดพากันลุกชันเมื่อทั้งสยิวและทั้งเจ็บแปลบในคราวเดียว

.

“ไอ้บ้า! ใครใช้ให้กัดวะ ..สยิวเป็นบ้า”

.

“รู้ไหมว่าฉันจินตนาการแบบนี้มาตลอด จินตนาการถึงตอนได้สัมผัสนาย ได้ทำร้ายนายด้วยร่างกายฉันมาตลอด”

.

“จินตนาการแม้กระทั่งตอนช่วยตั—-”

.

“หุบปากไปเลยเว้ยยยย แล้วตอบคำถามมา”

.

จาเร็ดปิดปากพี่ชายด้วยมือนุ่มด้วยเพราะรู้ดีว่าประโยคที่จะตามมาจากนั้นคืออะไร แต่เหมือนเป็นการทำพลาดเมื่อสัมผัสนิ่มๆชื้นๆโดนเข้ากับฝ่ามือ

.

แชนนอนเลียมือเขา

.

“พอเลยพี่บ้า ตอบคำถามมาเลย”

.

“ฮ่าๆๆ โอเคๆ จริงๆแม่คือคนแรกที่รู้เรื่องนี้”

.

“เพราะจับได้ตอนไฮสคูลปีหนึ่งว่าฉันครางชื่อนายตอนช่วยตัวเอง

.

จาเร็ดรับรู้ได้ถึงความร้อนที่สองข้างแก้มเมื่อจินตนาการตามว่าพี่ชายคนเดียวที่ในตอนนั้นอายุสิบหกกำลังจินตนาการถึงเขาพร้อมทั้งครางชื่อเขาในตอนช่วยเหลือตัวเอง

…ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ

.

ในห้องนอนที่เขามักเข้าไปนอนด้วยบ่อยๆ

.

เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว !

.

“นายทำแบบนั้นมาตลอดเลย?”

.

“ใช่ และฉันคงไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ในเมื่อนายอยู่กับฉันตรงนี้..คงไม่ต้องจินตนาการแล้วล่ะ หึหึ”

.

“พอเลยไอ้พี่บ้า! เฮ้ยยยยอย่าถอดกางเกงฉันสิวะ!”

.

.

.

จบจริงๆแล้วจย้าาาาาาาาา :D

 .

.

  • เอลิเซ่มาจากชื่อผู้หญิงคนรักคนนึงของนีโม่ค่ะ ซึ่งนีโม่ในเรื่องนี่รับบทโดยจาเร็ดคนสวยของเราเอง เป็นหนังที่ค่อนข้างซับซ้อนและพางงอยู่ระดับนึง แต่ตอนจบเคลียร์นะ ใครที่อยากดูแนะนำให้บิตมาดูค่ะเพราะเท่าที่รู้คือที่บ้านเราไม่มีแผ่น   T—-T จากนั้นก็ไปโหลดซับไทยเอาจาก thaisubtitle เอานะคะ ขอบอกว่าเรื่องนี้จาเร็ด(ในสายตาเรา)สวยมากจริงๆ หน้าเกลี้ยงๆกับผมทรงโปรดเราเลย ฮือออออ ;//////;
  • ส่วนสาเหตุที่เลือกเอลิเซ่มาเป็นผู้หญิงที่ไม่สมหวังในฟิคนี้เพราะรำคาญนางมาก ตอนเด็กๆก็ให้ท่านีโม่นิดนึง 555555 พอตอนโตนี่ราวกับผู้หญิงที่ประสาทแดกอ้ะค่ะ เราดูแล้วแบบ มึงเป็นอะไรของมึงนักหนาวะ บวกกับตอนเด็กนางออกแนวสาวเที่ยวนิดนึง(ตีความเอาเองค่ะอันนี้) สรุปคือ หมั่นไส้นางและรำคาญด้วยเลยเลือกมา โฮะๆๆๆ

[Letocest] Your kiss make me feel better

Title : Your kiss make me feel better

Couple : Shannon Leto x Jared Leto

Author : Lizxeh

Warning : Boy’s love , Incest

Note : ผิดศีลธรรมค่ะ แต่มันก๊าวววววว <3

.

.

====================================================

..

.

วันเหนื่อยๆแย่ๆจบลงแล้วในที่สุดและทันทีที่กลับมาบ้าน คนที่สุดแสนจะหมดแรงอย่างเขาก็ต้องการเพียงความอบอุ่นของคนในบ้านที่จะมาบรรเทาอาการเพลียล้าจากงานที่โหมกระหน่ำเข้ามา

,

แน่นอนว่าไม่ใช่การทัวร์คอนเสิร์ตแต่มันคืองานแสดง งานถ่ายแบบหรือออกรายการต่างๆ เพราะหากเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตป่านนี้เขาและใครคนนั้นคงนอนกอดกันหลับไปบนเตียงนุ่มๆของเรานานแล้ว

,

เขาได้ยินเสียงคนเดินตรงมาหาหลังจากที่ทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาตัวใหญ่ มันนุ่ม สบาย แต่น้อยกว่าเตียงหลังโตที่ยืดแขนยืดขาได้เต็มที่

,

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมบนที่เดาได้ไม่ยากว่าคนพูดยืนอยู่ตรงไหน และแน่นอนว่าหลังจบประโยคซักถามความเหนื่อยล้าที่เขาตอบไปว่ามากมายเกินคาด จูบอุ่นๆนั่นก็ประทับลงทันทีที่เปลือกตาก่อนจะยักย้ายมายังริมฝีปาก

มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนแต่เป็นจูบที่อบอุ่นและเพิ่มพลังให้เขาได้อย่างเต็มที่ชนิดที่เครื่องดื่มชูกำลังที่ไหนก็ทำไม่ได้

 .

เสียงหัวเราะหึหึดังขึ้นหลังจากการกระทำที่สุดแสนจะขี้เกียจของเขาเมื่อเจ้าตัวพยายามบอกให้ลุกไปอาบน้ำล้างตัวเพื่อไล่ความเหนื่อยล้าออกไป หรืออย่างน้อยก็แค่ล้างหน้าแต่เขากลับเสนอไปว่าหากไม่ได้รับจูบอุ่นๆอีกครั้งจะไม่ยอมลุกไปไหนทั้งนั้น

 .

แล้วไงล่ะ คนที่ได้กำไรน่ะใช่เขาที่ไหน …

 ,

,

 ,

 ,

เตียงนอนหลังกว้างที่สุดแสนจะสบายแต่คงอ้างว้างไปหากต้องนอนคนเดียว นั่นเป็นเหตุผลที่แม้บ้านของเราจะมีสองห้องนอนแต่อีกห้องมันไม่เคยถูกใช้เลยสักนิด

,

เพราะเขากลัวว่าหากคืนใดขาดใครอีกคนข้างกายไป การนอนหลับคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาอีกแน่นอน

,

,, 

แรงยุบของเตียงนอนอีกด้านบ่งบอกให้รู้ว่าเขาคนนั้นคงตามขึ้นมาหลังจากจัดการกับชาอุ่นๆของเจ้าตัวที่เขารู้ดีว่าการดื่มมันก็แค่ฆ่าเวลารอเขากลับมาบ้านเท่านั้น แม้เจ้าตัวจะบอกก็เถอะว่าชอบกลิ่นหอมๆและรสกลมกล่อมที่ทำให้สบายตัวยามหลับนอน

,

..แต่ทำไมถึงมักดื่มในทุกคืนที่เขากลับบ้านดึกกันล่ะ?

 ,

แม้ความอ่อนล้าที่มีในร่างกายตอนนี้เกือบจะเต็มร้อยแต่เปลือกตาที่พยายามฝืนไว้ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี แม้จะเป็นการทรมานความต้องการของร่างกายตนเอง

,

แต่เขาไม่อยากหลับไปโดยปราศจากสิ่งที่ทำให้เขาฝันดีหรือหลับสนิทจนเช้าและตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ดีๆที่สดชื่น สดใส

เขาต่อรองจนเจ้าของรอยสักซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวงที่ข้างใบหูยินยอมจะตกลงด้วยในที่สุด มือใหญ่ๆที่มักจับไม้กลองตีเข้าเต็มแรงยามแสดงคอนเสิร์ตแต่ในตอนนี้ที่กำลังลูบผมยาวๆของเขาช้าๆมันกลับดูอบอุ่นและนุ่มนวลเสียเหลือเกิน

,

หรือจะเป็นเพราะความหลงใหลที่เขามีต่อเจ้าตัวกันนะ ที่อะไรๆของคนคนนี้ก็ดูดีไปเสียทุกอย่าง ดูดีเสียจนเขาทั้งหวงทั้งห่วง ..และทั้งหึง

 ,

ปราศจากความอบอุ่นจากมือใหญ่นั่นเขาก็ยังคงไม่ยอมนอนจนในที่สุดโบนัสจากการทำข้อตกลงเมื่อครู่ก็หล่นลงใส่เขาจนได้

,

จูบอุ่นๆกรุ่นกลิ่นชาหอมๆที่เจ้าตัวเพิ่งดื่มไปเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มตามจนอีกฝ่ายที่เป็นคนผละจากไปก่อนที่คนอย่างเขาจะหมดลมหายใจจากจูบที่ดูเหมือนกำลังจะเร่าร้อนขึ้น

,

แน่นอนว่าหากมันเป็นเช่นนั้นคนที่เสียเปรียบคือเขาไม่ใช่เจ้าตัวที่คงตักตวงความสุขจากเรือนร่างเขาที่พร่ำบอกเอาว่าผอมเกินไปแล้ว แต่ก็ดันชอบใจกับรอบเอวเล็กๆของเขาแถมยังบอกอีกด้วยซ้ำว่าง่ายต่อการกอดรัดฟัดเหวี่ยง

,

ไม่คิดหรือไงว่าเขาจะเขินมากแค่ไหน บ้าเอ๊ย

,

“นายควรนอนมากกว่ามาเขินจนหน้าแดงแบบนี้”

,

“นายเป็นต้นเหตุของมันรู้ไหม”

,

“ขอยอมแพ้ แต่นายควรพักผ่อนเสียที แล้วพรุ่งนี้ฉันจะทำสลัดสูตรพิเศษให้นายเอง พร้อมน้ำส้มด้วยเลย”

,

“จูบฉันอีกทีสิแชนนอน แล้วฉันจะยอม”

 ,

,

ที่สุดแล้วจูบหวานๆที่เขาเฝ้ารอมาทั้งวันก็ได้รับจากชายคนที่เขารักมากที่สุด คนที่สังคมภายนอกเห็นเราเป็นพี่น้อง เป็นสมาชิกร่วมวง เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ไม่เกินเลยไปมากกว่านี้

,

นั่นทำให้เขาพึงพอใจในสถานะที่เราทั้งคู่เป็นอยู่ ไม่ต้องป่าวประกาศว่าคบกันแต่มักแสดงออกบ่อยครั้งด้วยสายตาและการกระทำเล็กๆน้อยๆตามประสาคนรักที่คิดถึงกันเป็นธรรมดา

,

คนเดียวที่รู้เรื่องนี้ดีและไม่พูดออกไปคือโทโมเพื่อนร่วมวงอีกคนที่ถือเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเดินทางร่วมกับเรามา อยากขอบคุณชะมัดที่อดทนกับเราทั้งคู่และไม่เอาไปบอกกับแม่ให้ท่านช็อกเอา

,

,

“นอนได้แล้วจาเร็ด นายจะป่วยเอานะ”

,

“กอดฉันสิแชนนอน แล้วฉันจะหลับทันที”

 ,

,

ไม่ต้องรอนานอ้อมแขนแกร่งก็ตวัดรอบเอวเขาทันที แถมด้วยจูบเบาๆบนหน้าผากที่เขาสุดแสนจะชอบมัน ความอบอุ่นในค่ำคืนที่หนาวเย็นนี้ทำให้เขาปิดเปลือกตาลงและพักใจพักกายกับผู้ชายตรงหน้าด้วยความสบายใจ

 ,

,

“ฉันรักนาย แชนนอน”

 ,

,

,

,

Fin.