Protected: What happened last night [evanstan]

This content is password protected. To view it please enter your password below:

Advertisements

Valentine’s Day [Evanstan]

Valentine’s day the series
 
  
Chris Evans/Sebastian Stan
 
Boy’s love, Love at first sight
 
By. Lizxeh

  
  
  
  
☕️ ☕️
  
  
  
  
วันเหงาๆกับบรรยากาศสีชมพูรอบตัวทำเอาไม่อยากออกไปไหนสักนิด ไม่ใช่เพราะอิจฉาหรอก คริสคิดแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ได้อิจฉาเลย แค่อารมณ์เสียนิดหน่อยที่ช็อกโกแลตของโปรดฉวยโอกาสขึ้นราคาจนเกือบสองเท่าแบบนี้ มันน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเห็นคู่หนุ่มสาวเดินจับมือกันเสียอีก
 
 
และถึงจะบอกว่าไม่อยากออกไปไหน สุดท้ายก็ต้องไปอยู่ดีเมื่อดันไปเจอโปรโมชั่นร้านกาแฟเปิดใหม่ที่เอาใจคนโสด ด้วยการแจกครัวซองต์ฟรีหนึ่งชิ้นต่อกาแฟหนึ่งแก้วให้คนโสดที่ใส่เสื้อสีดำมาคนเดียว
 
 
ดังนั้นเสื้อยืดสีชมพู-แดงที่หยิบออกมาเลยต้องเก็บเข้าตู้ไว้เหมือนเดิม อะไรล่ะ ของฟรีใครจะไม่ชอบกัน
 
 
 
  
☕️ ☕️
  
  
  
  
เป็นไปตามที่คาดไว้ ร้านกาแฟที่ว่าอัดแน่นไปด้วยผู้คนสวมเสื้อยืดสีดำ ยกเว้นก็แต่บาริสต้าร่างสูงโปร่งที่สวมเสื้อสีขาวแถบชมพูโดดเด่นอยู่คนเดียวจากผู้คนทั้งร้าน
  
  
  
“สวัสดีครับ เมนูแนะนำวันนี้เป็นโกโก้ร้อนและชาเอิร์ลเกรย์ สนใจไหมครับ”
  
  
“คือ..”
  
  
“อ๋อร่วมโปรแถมอยู่แล้วครับ เฉพาะกาแฟ โกโก้และชาที่ผมแนะนำเลย”
  
  
  
คงเพราะสายตาที่หันมองป้ายโปรโมชั่นพร้อมสีหน้ากังวลเลยทำให้คุณบาริสต้าหน้าตาดีรีบเอ่ยออกมาก่อนเขาจะทันได้จบประโยค
  
  
  
“งั้นเป็นโกโก้ร้อนแล้วกันครับ”
  
  
  
แต่โชคไม่ดีเท่าไรที่ครัวซองต์ดันหมดไปก่อนหน้านี้ คุณบาริสต้าคนเดิมเลยหันมองด้วยสีหน้าเกรงใจและเอ่ยถามว่ารอได้ไหม หากไม่ได้ทางร้านยินดีคืนเงินให้ทันที
  
  
แต่ก็นั่นล่ะ ของฟรี แถมบรรยากาศร้านก็น่านั่งดีเลยทำให้คริสตอบตกลงว่ายังไงก็จะรอ เปล่านะ ไม่ได้เห็นแก่ของฟรีจริงๆ
  
  
  
  
☕️ ☕️
  
  
  
  
ผู้คนเริ่มบางตาลงบ้างแล้ว เพราะหลายคนที่เข้ามาเลือกซื้อออกไปดื่มข้างนอกร้าน หรือซื้อกลับบ้านมากกว่าจะยอมอยู่แออัดกันในคาเฟ่เล็กๆที่ถึงแม้จะสวยงามแต่ให้เบียดกันก็คงไม่ไหว
 
 
เพราะงั้นจึงตกเป็นหน้าที่ของร้านกาแฟชื่อดังหัวมุมถนนมากกว่า ที่ตอนนี้คนเต็มแน่นเหมือนคาเฟ่ที่เขานั่งอยู่เมื่อสักครู่นี้
  
  
  
“คุณอีแวนส์ ขอโทษนะครับที่เมนูของคุณล่าช้า”
  
  
  
บาริสต้าคนเดิมเดือนเข้ามาพร้อมโกโก้ร้อนแก้วที่สองและครัวซองต์สามชิ้น
  
  
  
“มันควรเป็นสองชิ้นไม่ใช่เหรอครับ?”
  
  
“อ่า..อันนี้พิเศษให้คนที่รอนานแบบคุณครับ แถมยังยอมสั่งโกโก้มานั่งดื่มก่อนซะอีก..เราเลยเกรงใจ”
  
  
  
เขาพยักหน้ารับกับคำตอบ แต่ก็ยังมีเรื่องให้แปลกใจอยู่ดีกับสีเสื้อขงคนรงหน้า และสติ๊กเกอร์รูปหัวใจที่แปะอยู่บนอกเสื้อ
  
  
  
“แล้วทำไมถึงมีคุณคนเดียวที่ใส่สีนี้ล่ะครับ”
  
  
  
คุณบาริสต้าหัวเราะเขินอายแล้วตอบข้อสงสัยของคริส
  
  
  
“พอดีว่าผมมีแฟนแล้วน่ะครับ ที่จริงก็อยากใส่สีดำเป็นเพื่อนเขา แต่คนออกกฎบังคับให้ผมใส่สีอื่น”
  
  
“ผมคิดว่าร้านนี้มีแค่คุณกับพนักงานอีกคนนึงซะอีก”
  
  
  
คุณบาริสต้าที่ในที่สุดเขาก็รู้ชื่อจากการมองป้ายที่กลัดไว้บนสายผ้ากันเปื้อน เจ้าตัวชื่อทอม
  
  
  
“มีอีกคนครับ คนที่อบครัวซองต์ให้คุณนั่นล่ะ”
  
  
  
ไม่รู้ทำไมถึงอยากจะเห็นหน้าใครอีกคนนึงที่ทอมเอ่ยถึง ไม่ใช่เพราะรสชาติของครัวซองต์ที่มันอร่อย และแป้งกรอบนุ่มลงตัว
  
  
แต่เพราะอยากรู้ว่าคนคนนั้นต้องอาภัพรักแค่ไหนนะถึงออกกฎพร้อมคิดโปรโมชั่นที่ประชดชันในวันแห่งความรักแบบนี้
  
  
  
“อะ ขอตัวก่อนนะครับ”
  
  
  
ทอมลุกไปเมื่อมีลูกค้าเข้ามาใหม่ที่สวมเสื้อดำและดวงตาแดงก่ำ ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงอกหักในวันวาเลนไทน์
  
  
  
  
☕️ ☕️
 
  
  
  
ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้วที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้ รู้อีกทีก็ตรงที่ผู้คนบางตาลงมากๆจนเหลืองเพียงเขา และลูกค้าอีกสองคนในโต๊ะด้านหน้าร้าน
  
  
แถมโกโก้แก้วที่สองก็หมดลงไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่ติดใจอย่างหนึ่งคือเขาคงต้องสั่งเข้าขนมปังชื่อฝรั่งเศสกลับไปทานแน่ๆ นานแล้วตั้งแต่ร้านโปรดปิดไปก็หาทานที่ไหนไม่ได้รสชาติที่ถูกใจอีกเลย
 
 
จะให้บินไปกินถึงฝรั่งเศสก็ใช่เรื่อง คริสคิดอย่างประชดตัวเอง
  
  
  
“เฮ้ ทอม! ครัวซองต์ไม่อบเพิ่มแล้วนะ”
  
  
  
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจคริส เมื่อใครบางคนตะโกนออกมาพอให้ได้ยินว่าวันนี้เขาจะไม่ได้ลิ้มรสขนมปังสุดอร่อยนี่เสียแล้ว
  
  
  
“อ้าว ไหนนายว่าแป้งพอไง”
  
  
  
ทอมถามกลับ และนั่นทำให้คริสมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
  
  
แต่ประโยคปฏิเสธจากคนส่วนด้านหลังก็ทำให้คริสอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันวาเลนไทน์
  
  
  
“ฉันเมื่อย เลยไม่ทำแล้ว”
  
  
  
อย่าให้ได้เจอนะ คริสคิดไว้ในหัวก่อนเดินออกจากคาเฟ่ไปโดยกล่าวแค่คำขอบคุณกับทอม
  
  
  
  
☕️ ☕️
  
  
  
  
อะไรจะซวยได้ขนาดนี้ คริสคิดอย่างรำคาญใจ เมื่อกลับมาถึงห้องก็พบว่าเขาลืมโทรศัพท์ไว้ที่ไหนสักแห่ง ในตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นพื้นที่ให้ห้อง แต่หาให้ตายยังไงก็ไม่เจอ ถึงขนาดพลิกที่นอนลงมาก็หาไม่เจออยู่ดี
  
  
  
และในตอนที่ถอนหายใจพร้อมปลงตกว่าคงทำหายไปแล้วจริงๆ อยู่ๆสมองก็ทำงานขึ้นมาจนประมวลผลได้ว่า เขาคงเอาไปวางไว้ที่ไหนตอนออกไปข้างนอกเมื่อเช้า
  
  
  
และมันมีที่เดียว
  
  
  
  
คาเฟ่เดิมตอนเวลาเกือบบ่ายที่ผู้คนไม่ค่อยมีทำให้เขาคิดว่านี่คงเป็นโอกาสเหมาะที่จะสอบถามคุณบาริสต้าใจดี แต่มองหายังไงก็ไม่เจอทอมเสียแล้ว นอกจากผู้ชายเสื้อดำที่ก้มหน้าก้มตาจดอะไรยุกยิกๆบนเคาท์เตอร์
 
 
และหมวกที่สวมบ่งบอกได้ทันทีว่าคนนี้คือคนเดียวกันกับที่ทำเขาอกหักถึงสองรอบจากครัวซองต์ที่หมดลงเพราะเจ้าตัวขี้เกียจทำ
  
  
  
“ขอโทษนะครับ”
  
  
“ครัวซองต์หมดแล้วครับ แต่มีเมนูอื่นตามป้ายเลยครับ”
  
  
  
โทนเสียงแปลกๆดังออกมาจากปากคนตรงหน้าที่ยังก้มเขียนอะไรสักอย่างอยู่โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาสักนิด นี่มันบริการแตกต่างกับเมื่อเช้าเลย คริสแอบคิดในใจอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
  
  
  
“ผมมาตามหาโทรศัพท์ที่น่าจะลืมไว้ที่นี่น่ะ”
  
  
  
ในตอนนั้นเองที่มือขาวหยุดขยับ ปากกาถูกวางลง พร้อมกับใบหน้าที่เงยขึ้นมามองคู่สนทนาตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมกล่าวให้คริสรอสักพักก่อนจะหายกลับไปด้านหลัง
  
  
ผู้มาเยือนได้แต่พยักหน้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ใกล้ๆแถวนั้นเหมือนคนหมดแรง เพราะปากสีชมพู ดวงตาฟ้าสว่าง ไหนจะรอยยิ้มเมื่อครู่นี้อีกที่พาให้เรื่องกังวลทั้งหลายในหัวคริสหายไปหมดก่อนจะถูกแทนที่จังหวะหัวใจที่เต้นเร็วและแรงจนกลัวคนอื่นจะได้ยิน
  
  
  
“คุณ..อีแวนส์ใช่ไหม?”
  
  
“อะ ครับๆ ผมเองครับ..คุณเซบาสเตียน”
  
  
  
คริสเหลือบมองดูป้ายชื่อที่เสื้อ แต่ก็ไม่รู้ว่าเผลอยิ้มแบไหนออกไป ไม่รู้ว่าเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงตรงแก้มมากเกินไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้คริสรู้สึกร้อนหน้าแปลกๆกับรอยยิ้มอ่อนโยนของคนตรงข้าม
  
  
  
ไม่ได้รู้สึกใจเต้นกับใครมานานแล้ว
  
  
  
“ผมพยายามตามเรียกแล้ว แต่ดูเหมือนคุณจะเดินเร็วเกินไปเลยไม่ทันได้ยิน ขอโทษทีนะครับ”
  
  
“ไม่เป็นไรครับ แต่คุณ..ทำขนมเมื่อเช้าใช่ไหมครับ? อร่อยมากเลยล่ะ”
  
  
  
เซบาสเตียนหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินคำชม ก่อนพยักหน้ารับแล้วตอบอายๆว่าเป็นเจ้าตัวเอง แต่น้อยคนที่จะชมแบบนี้เพราะแทบทุกคนคิดว่านี่เป็นฝีมือของผู้หญิงเสียมากกว่า
  
  
  
ผู้ชายก็อร่อย— ผมหมายถึงผู้ชายก็ทำอาหารอร่อยได้นะครับ”
  
  
  
คริสนึกด่าตัวเองในใจกับความตื่นเต้นที่มีทำให้พูดผิดพูดถูกไปหมด แต่คนตรงหน้าเหมือนจะไม่ถือสา เจ้าตัวแค่ยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะทำท่าเหมือนลุกขึ้น
  
  
  
แต่ช้ากว่ามือคริสที่รั้งข้อมืออีกคนไว้
  
  
  
“คุณเชื่อในรักแรกพบไหมครับ?”
  
  
  
แล้วคริสก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายๆไปซะ เมื่อเห็นคุณปาติชิเย่ทำหน้าตะลึงเหมือนเห็นเอเลี่ยน
  
  
 
“ไม่เชื่อหรอกครับ”
  
 
  
แค่ได้ยินก็ทำเอาแรงรั้งที่ข้อมือจางหายไปจนเกือบกลายเป็นปล่อย ความรู้สึกที่เหมือนจะหมดหวังเทมาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
  
  
แต่แล้วน้ำเสียงชวนฝันก็ตามมาอีกประโยค
  
  
 
“แต่ถ้าได้เจออีกครั้งตอนปิดร้าน..อาจจะเชื่อก็ได้ครับ”
  
  
 
คริสเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วรอยยิ้มกว้างก็ประดับบนใบหน้า ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าแดงๆสายตาที่ก้มหลบของคนพูดแล้วยิ่งทำเอาเขาอยากกระโดดใส่ให้รู้แล้วรู้รอด น่าลักพาตัวกลับไปฟัดชะมัด
  
  
 
ขนมว่าอร่อยน่าทานแล้ว คนทำน่าลิ้มรสกว่าเยอะเลย
  
  
  
 
☕️ ☕️
  
 
  
  
“แล้วเจอกันวันศุกร์นะเซบ พรุ่งนี้ขอปิดไปเที่ยวกับคริสแล้วกัน”
  
  
 
สำเนียงบริทิชทำให้คนที่ยืนรอคุณเจ้าของร้านอีกคนต้องหันไปมอง ก่อนจะเจอกับคุณบาริสต้านั่นเอง
  
 
เจ้าตัวส่งยิ้มเป็นเชิงทักทายมาให้ ก่อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาผู้ชายหุ่นหมีที่ยืนอ้าแขนรอรับอยู่ข้างรถยนต์คันหรู พร้อมแว่วๆสำเนียงออสซี่? ถ้าคริสคิดไม่ผิดน่ะนะ เอ่ยบอกรักคุณบาริสต้าแล้วมอบจูบหวานๆที่ทำเอาพยานในเหตุการณ์อย่างเขาอดอิจฉาไม่ได้
  
  
 
ถ้าได้มีโอกาสแบบนั้นกับคุณปาติชิเย่บ้างก็คงดี
  
  
 
“รอนานไหมครับ..คุณอีแวนส์”
  
  
 
ใบหน้าขาวที่ขึ้นสีชมพูจางๆ พร้อมท่าท่างที่ดูเขินอายทำเอาคริสอยากจับอีกคนมาจูบให้หายใจไม่ทันกันไปข้าง แต่ก็เย็นไว้ก่อน เดี๋ยวจะโดนหาว่าเป็นพวกโรคจิต
  
  
 
“ม..ไม่นานเลยครับ ผมเพิ่งมาตอนคุณทอมออกไป”
  
  
 
เซบาสเตียนแค่พยักหน้าแล้วก็หันซ้ายหันขวาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะความแดงของแก้ม คริสคงคิดไปแล้วว่าเจ้าตัวไม่ชอบหน้าเขา
  
  
 
“ถ้า…ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ร้านไอศกรีมตรงที่พักผมยังเปิดอยู่นะ”
  
  
 
เซบาสเตียนหัวเราะ เป็นหัวเราะที่คริสมองว่ามันสดใสจนอบอุ่นหัวใจของเขาทั้งดวง
  
  
 
“ชวนผมเดทเหรอเนี่ย..บอกตรงๆก็ได้ครับคุณอีแวนส์”
  
  
 
แล้วเสียงหัวเราะก็ดังมาจากคนทั้งคู่ มันสดใสและชวนเขินอายไปเสียหมด
  
 
แต่ยกเว้นคริสที่เอื้อมจับมือของอีกคนมากอบกุมไว้ เอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงมั่นคงและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรัก
  
  
 
“ปีหน้าไม่ต้องใส่สีดำแล้วนะครับ..เซบาสเตียน”
  
  
 
ก่อนจะทันได้รู้ตัว ริมฝีปากสีชมพูสวยของอีกคนก็ประทับลงบนปากของคนชวนเดท
  
  
 
“อาจดูเร็วไป แต่ฝากตัวด้วยนะครับคุณอีแวนส์”
  
 
“คริส เรียกผมว่าคริส ..ที่จริงเรียกที่รักก็ได้ครับผมไม่ถือ”
  
  
 
ริ้วแดงที่แก้มของเซบาสเตียนเข้มขึ้นอีกแล้ว และมันทำให้ใจคริสยิ่งพองโตตามไปด้วย
  
 
พระเจ้า คริสอยากลากคนตรงหน้ากลับบ้านไปฟัดซะให้รู้แล้วรู้รอด น่ารักเกินไปแล้วนะ
  
  
  
“ได้ครับ..ที่รัก
  
  
  
รู้ตัวอีกทีปากสีสวยนั่นก็โดนเขาครอบครองอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้เป็นคริสที่เริ่มก่อน
 
 
แต่ก็นั่นล่ะมันไม่สำคัญหรอก เพราะวาเลนไทน์นี้เขาตามหาหัวใจอีกครึ่งดวงเจอแล้ว
  
  
 
และจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปไหนอีกเลย รักนะครับคุณปาติชิเย่
  
  
  
 
Fin.
  
  
  
 
HAPPY VALENTINE’S DAY
ขอให้รีดเดอร์ทุกคนตามหาหัวใจอีกครึ่งของตัวเองให้เจอแบบพี่คริสนะคะ เลิ๊บบ
 
 
 
 
Bonus.
 
 
 
“ตกลงว่าคุณไม่ทำครัวซองต์ต่อเพราะเมื่อยๆจริงๆเหรอครับ?”
 
 
“อื้อ ก็ยังไม่ได้พักเลยตั้งแต่เช้า”
 
 
 
เซบาสเตียนกล่าวขณะตักไอศกรีมรสโปรดเข้าปากเป็นครั้งที่สอง
 
 
 
“รู้มั้ยว่าผมเสียใจมากเลยนะ แถมยังไม่พอใจคุณด้วย”
 
 
“อ่า..ขอโทษนะครับ ผมนี่แย่จังทำคนที่แอบชอบเสียใจ”
 
 
 
คริสที่กำลังจะตักของหวานเข้าปากบ้างถึงกับต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าเอ่ย
 
 
 
“คนที่แอบชอบ..? ผมเหรอ?”
 
 
 
เซบาสเตียนพยักหน้าทั้งที่ยังเคี้ยวเชอร์รี่แก้มตุ้ย
 
 
 
“คุณคงจำไม่ได้ แต่ปีที่แล้วผมอยู่ร้านตรงหัวมุมไง..โกโก้ร้อนพร้อมครัวซองต์เมนูเดิมๆที่คุณชอบ”
 
 
“บาริสต้าที่ชอบใส่หน้ากากอนามัยคือคุณเหรอ?!”
 
 
“อือ..ก็ผมไม่มั่นใจนี่ครับ แล้วยิ่งกลัวคุณเห็นหน้า…จะยิ่งเกลียดกัน”
 
 
 
คริสหัวเราะให้ความไม่มั่นใจของแฟนหมาดๆของเขา แล้วก็ไม่บอกแต่แรก ปล่อยให้เขาคิดไปเองว่าเป็นรักข้างเดียว
 
 
 
“รู้ไหมว่าผมอกหักเป็นปี เพราะที่ร้านคุณว่าคุณลาออกไปแล้ว”
 
 
“ออกเพราะใครกันล่ะที่พาผู้หญิงมานั่งสวีทแทบทุกสุดสัปดาห์”
 
 
“ว้าว ประทับใจจังคุณจำได้เยอะเลย”
 
 
 
ก้านเชอร์รี่ลอยปะทะใบหน้าคริสที่ยิ้มแซวคนตรงข้าม
 
 
 
“ถ้าแอบชอบกันก็น่าจะบอกนี่..”
 
 
“คนฮอตแบบคุณใครจะกล้า”
 
 
 
คริสกุมมืออีกฝ่ายขึ้นมา จ้องไปในตาสีฟ้าชวนฝันนั้นด้วยสีหน้าจริงจัง
 
 
 
“ไม่มีการแอบชอบอีกต่อไปแล้ว ผมจะเป็นแค่ของคุณคนเดียว..ตลอดไป
 
 
 
รอยยิ้มกว้างที่เขินอายของเซบาสเตียนเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าเจ้าตัวก็คิดเช่นเดียวกันกับเขา และไม่ว่าในอนาคตจะเจอเรื่องอะไร คริสสาบานกับตัวเองไว้ ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายคนนี้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน
 
 
 
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ คุณผู้อ่านทุกคน :)

[Baseball Player] Adulterer 9/?

Adulterer – Chapter.9
 
Max Scherzer/Bryce Harper
 
 
By.Lizxeh
 
 
 
 
 
💋
 
 
 
 
 
สองอาทิตย์แล้วที่แมกซ์คอยเฝ้าดูสองหนุ่มสาวจนรู้ว่าห้องพักนี้เป็นของเด็กหนุ่ม และสาวสวยคนนั้นแค่มาอาศัยอยู่ชั่วคราวยามต้องการหลบหนีจากผู้ชายที่มาคอยตามตื๊อตามจีบ
 
 
และในวันนี้เขาตั้งใจจะเข้าไปเจอเด็กหนุ่มให้ได้ หลังจากรอมากว่าครึ่งวันจนผู้หญิงคนนั้นออกไป
 
 
 
 
💋
 
 
 
 
ฮาเปอร์เพิ่งอาบน้ำเสร็จในตอนที่อินเตอร์คอมส่งเสียงเตือนมีคนมาหา ใจหนึ่งคิดว่าอาจเป็นหญิงสาวที่หลงลืมกุญแจหรือไม่ก็อาจเป็นพนักงานล็อบบี้ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าให้นำบิลค่าใช้จ่ายต่างๆมาให้
 
 
 
“สักครู่นะครับ”
 
 
 
เพราะความเร่งรีบจึงไม่ทันได้ดูว่าใครกันแน่ที่มาหา หยดน้ำบนตัวไหลตามจังหวะการกึ่งเดินกิ่งวิ่ง รวมไปถึงผ้าขนหนูผืนสั้นที่พันรอบเอวก็หมิ่นเหม่จนแทบหลุดออกมาแต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะไม่รู้ตัว เขาเอื้อมมือปลดล็อกประตูอย่างรีบร้อนพร้อมกล่าวย้ำๆให้อีกฝ่ายรอสักครู่
 
 
ประตูเปิดออกโดยที่เจ้าของห้องยังก้มหน้าก้มตาเช็ดผมอยู่อย่างไม่เป็นกังวลอะไร ผิดกับผู้มาเยือนที่พูดไม่ออกตั้งแต่ได้เห็นเรือนร่างขาวในผ้าเช็ดตัวหมิ่นเหม่ และหยดน้ำบนตัวที่ไหลลงตามกล้ามท้องเป็นลอนสวยทำให้เผลอกลืนน้ำลายแล้วพยายามรวบรวมสตินึกถึงสิ่งที่เตรียมมาพูดในวันนี้
 
 
 
“อ..ผม…สวัสดีครับ”
 
 
 
เสียงคุ้นหูที่จำได้ไม่ลืมทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อยืนยันความคิด ก่อนจะพบว่าคนที่ไม่อยากเจอที่สุดบนโลกใบนี้กลับมายืนอยู่หน้าห้องเสียแล้ว
 
 
 
“มาได้ไง?!”
 
 
 
ไร้การตอบกลับแบบทันท่วงทีของอีกฝ่าย มีเพียงเสียงอืออาที่พยายามเปล่งออกมาอย่างคนขาดสติ ฮาเปอร์มองตามสายตาของคนตรงหน้าแล้วจึงรู้ตัวเสียทีว่าตัวเองมีเพียงผ้าผืนบางพันรอบเอวอย่างหมิ่นเหม่ ใกล้หลุดเต็มที
 
 
 
“กลับไปเลย!”
 
 
 
ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่กลับไม่ได้สนใจมองผู้มาเยือน มือรีบจับผ้าไว้แน่นกันหลุดและหันหลังเตรียมจะเข้าห้อง ผิดกับอีกคนที่ถึงจะอ้ำอึ้งแต่กลับเดินตามเข้าไปด้านในแล้วสวมกอดเด็กหนุ่มตรงไว้แน่นตามความคิดถึงที่มี
 
 
 
“ป..ปล่อยนะไอ้โรคจิต!”
 
 
 
แต่แมกซ์ไม่ปล่อย เจ้าของอ้อมกอดยิ่งกอดแน่นขึ้นไปอีกถึงจะรู้ว่าสูทเนื้อดีต้องซับน้ำมาจากตัวหอมๆของคนตรงหน้า แต่ความคิดถึงและโหยหาทำให้ดื้อรั้น แม้อีกคนจะออกแรงขัดขืนแค่ไหนอ้อมกอดก็ไม่คลายลง
 
 
ผิดกับฮาเปอร์ที่รู้ดีว่าหากตัวเองออกแรงมากเท่าที่ควรอีกคนก็คงถูกผลักกระเด็นออกไปแล้ว แต่ลึกๆแล้วในใจเขากลับรู้สึกยินดีอย่างประหลาดเมื่อโดนกอดโดยคนที่ตามง้องอนตัวเองมาเป็นเดือนๆ
 
 
ความเงียบงันของห้องและความนิ่งของคนทั้งสองผ่านไปสักพักจนใจคนกอดเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะเผลอทำให้คนที่คิดถึงสุดใจโมโหหรือโกรธอีก จนภารกิจในวันนี้ของเขาอาจไม่สำเร็จ
 
 
 
“ผมรู้ว่าตัวเองไม่ดี..แต่แค่อยากพบคุณอีกสักครั้ง ผมคิดถึงมากจริงๆจนแทบทำงานไม่ได้เลย”
 
 
ยังคงไร้การตอบกลับจากอีกฝ่ายจนแมกซ์ต้องเอ่ยต่อ
 
 
“วันนั้น..ผมไปไม่ทัน รถมันติดและกว่าจะวิ่งไปถึงคุณก็กลับแล้ว ขอโทษครับ”
 
 
“ช่วยปล่อยผมก่อนได้มั้ย? มันอึดอัดจะบ้าเวลามีผู้ชายมากอดอยู่แบบนี้!”
 
 
 
ถึงจะรู้สึกเสียหน้าแต่แมกซ์ก็ยอมคลายอ้อมกอดลง เด็กหนุ่มหันมองคนมาเยือนด้วยสีหน้าที่คิ้วเรียวขมวดยุ่งจนแทบชนกัน บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่ชอบใจมากแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เอ่ยปากไล่ออกไปอีก ซึ่งจุดนี้เป็นแมกซ์ไม่ได้คาดคิดไว้ เขาคิดว่าคงจะโดนต่อยตั้งแต่เห็นหน้าด้วยซ้ำ
 
 
 
รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นจนลืมตัวเผลอยิ้มให้อีกคนเห็น
 
 
 
“ยิ้มทำไม? ผมไม่ตลกกับเกมของคุณหรอกนะ”
 
 
 
รอยยิ้มกว้างหายไปทันตา
 
 
 
ฮาเปอร์มองคนแก่กว่าที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวทำหน้าเศร้าเหมือนคนเป็นไบโพล่า เขาทั้งอารมณ์เสีย ทั้งโมโห ทั้งอายที่อีกคนมาเจอในสภาพนี้ ถึงจะเคยมีอะไรมาแล้วแต่ความห่างเหินทำให้ไม่ชินและเกิดอาการเขินขึ้นมาให้หงุดหงิดตัวเอง
 
 
ชุดคลุมสีขาวตัวใหญ่ถูกใช้ปกปิดร่างกายแทนผ้าขนหนูผืนบาง หันมองอีกทีคนที่มาเยือนก็เชิญตัวเองนั่งลงบนโซฟาสีเข้มเรียบร้อยแล้ว
 
 
 
“ผมจะรีบเอาของมาคืน กล่องนี่ก็ด้วย”
 
 
 
ไม่ทันปฏิเสธ กล่องสีน้ำเงินเข้มก็ถูกนำมาวางลงตรงหน้าให้ใจเสีย แมกซ์มองหน้าคนยกมาให้กับกล่องตรงหน้าที่สภาพใหม่เหมือนไม่เคยถูกแตะต้อง หรือไม่ก็คงโดนเก็บรักษาไว้อย่างดี
 
 
 
“ม..ยิ้มอะไร? กล่องมันสวยดีเลยเก็บไว้หรอก!”
 
 
 
ริ้วแดงบนใบหน้าทำให้คนแก่กว่าแอบยิ้ม แต่เพราะรู้ทันฮาเปอร์จึงพยายามกลบเกลื่อนด้วยการกระแอมไอและพูดให้อีกฝ่ายเข้าเรื่องเสียที ว่าทำไมถึงมาหา และทำไมถึงรู้ที่อยู่เขาได้
 
 
 
“เพื่อนผม..คนที่ผมยาวๆตัวโตๆ บอกว่าเห็นคุณเดินข้ามผ่านหน้ารถไปเลยลองตามดูจนรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน”
 
 
“ล..แล้วมาหาทำไม แล้วทำไมถึงขึ้นมาได้ง่ายๆแบบนี้?!”
 
 
 
แมกซ์หัวเราะแล้วเล่าต่อว่าเพราะคิดถึง นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า ทั้งอุตส่าห์ไปรอทุกคืนวันศุกร์แต่ก็โดนนีน่าบอกให้กลับมา ทั้งทางร้านบอกว่าเด็กหนุ่มลาพักร้อนจึงต้องตัดใจไม่ไปหาและส่งของขวัญไปให้แทน
 
 
 
“ส่วนที่ขึ้นมาได้ก็…คอนนี้เป็นของผมเอง”
 
 
“ข..ของคุณ?!”
 
 
 
แมกซ์พยักหน้าแล้วบอกให้เด็กหนุ่มหยิบหนังสือสัญญาซื้อขายออกมาดูเพื่อยืนยันว่าตัวเองพูดจริง
 
 
ฮาเปอร์ไม่รอช้ารีบลุกไปหาเอกสารสำคัญในห้องนอน โดยไม่รู้เลยว่าผิวขาวแหวกออกมาให้คนมองได้เห็นแล้วจินตนาการไปไกลว่าหากได้สัมผัสจะดีมากแค่ไหน
 
 
แต่ภาพในหัวทั้งหมดก็ต้องจบลงเมื่อเสียงเหมือนคนล้มทำให้แมกซ์นั่งไม่ติดต้องลุกออกตามหาอีกคนที่หายไปในห้องได้สักพักแล้ว ในใจภาวนาให้เป็นแค่เสียงของหล่นเท่านั้น
 
 
 
แต่มันไม่ใช่
 
 
 
เด็กหนุ่มที่รีบร้อนจนลื่นจากคราบน้ำในห้องนอนโอดครวญด้วยความเจ็บเมื่อสะโพกกระแทกพื้นแรงจนแทบลุกขึ้นไม่ไหว และเพราะล้มเช่นนี้ชุดคลุมจึงทำหน้าที่ปกปิดร่างกายได้ไม่ดีนัก มันร่นขึ้นให้เห็นสะโพกขาวเนียนกลมกลึงจนคนเผลอมองต้องกลืนน้ำลายห้ามใจไม่ให้นึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงคนล้มให้ลุกขึ้นนั่งพักบนเตียง
 
 
 
“คุณโอเคมั้ย? กล่องปฐมพยาบาลอยู่ไหน? ผมจะทายาให้”
 
 
“ม..ไม่ต้อง ผมทำเอง”
 
 
 
เพียงแค่ลุกความเจ็บก็แล่นปราดไปทั่วร่างจนต้องนั่งลงอีกครั้งและปล่อยให้อีกคนนำกล่องมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้
ฮาเปอร์มองผู้ชายที่ดูถูกเขาไว้สารพัดในคืนนั้นกำลังค่อยๆเปิดเนื้อผ้าขึ้นแล้วจ้องมองเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะเปิดขึ้นจนหมดเมื่อเขาพยักหน้ายินยอมแล้วนอนลงดีๆให้อีกคนป้ายยาลงตรงส่วนที่เจ็บ
 
 
สะดุ้งทุกครั้งที่มือหนาแตะลงมาแล้วนวดเบาๆ มันรู้สึกดีแต่ก็อายเมื่อต้องเปลือยช่วงล่างให้อีกคนเห็นจนหมด แถมยังเป็นส่วนที่อันตรายอีกด้วย เพราะผู้ชายคนนี้เคยได้สัมผัส ได้เข้ามาในตัวเขาแล้ว
 
 
 
 
💋
 
 
 
 
ใช้เวลาไม่นานทั้งส่วนเจ็บก็ถูกทายาจนทั่ว แต่มือของอีกคนยังไม่ละออกไปไหน มันลูบคลึงไปทั่วทั้งสะโพกให้ต้องเอ่ยปากห้าม
 
 
 
“จ..จะทำอะไร หยุดเลยไอ้โรคจิต”
 
 
แมกซ์สะดุ้งเหมือนเพิ่งรู้ตัว กล่าวขอโทษออกไปแต่ก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าแค่ต้องการนวดให้รู้สึกดี หายจากอาการเจ็บก็เท่านั้น
 
 
 
“ถ้า..แค่นั้นก็ได้ ข..ขอบคุณนะครับ”
 
 
“จะทำให้ดีที่สุดเลยครับ!”
 
 
 
ถึงจะนอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ได้หันไปมองแต่แค่ได้ยินฮาเปอร์ก็คาดเดาได้ว่าอีกคนคงตอบมาพร้อมรอยยิ้ม แค่นั้นก็ทำให้ในใจรู้สึกดีแปลกๆ ก่อนที่ร่างกายจะรู้สึกดีตามมาด้วยในตอนที่แรงนวดคลึงมีเพิ่มมากขึ้นและขยายบริเวณไปจนทั่วสองก้นกลมทั้งสองข้าง
 
 
เสียงครางอืออาจากคนที่นอนทำให้แมกซ์รู้ว่าตัวเองทำดีแล้ว เขาลูบคลึงพร้อมเจลเย็นแก้ปวด ลูบไล้ไปทั่วจนเผลอคิดว่าหากได้ทำมากกว่านี้ หากได้สัมผัสเต็มมือมันจะนุ่มแค่ไหน
 
 
 
และข้างใน จะอุ่นเหมือนเดิมหรือเปล่า
 
 
 
โดยไม่ทันรู้ตัว จูบเบาๆก็ประทับลงหลับคอพร้อมด้วยแรงบีบที่ก้นทำให้ฮาเปอร์ครางออกมาอย่างตกใจ
 
 
 
“อื้อ?! ทำอะไรเนี่ย”
 
 
 
แต่ช้าไปเมื่อตอนพยายามพลิกตัวปากบางถูกครอบครองโดยใครอีกคนที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ลิ้นร้อนสอดเข้าสัมผัสความอุ่นของปากอย่างเชี่ยวชำนาญ
 
 
มือใหญ่ด้านล่างที่กอบกุมสะโพกอวบก็บีบให้ต้องสะดุ้ง ทั้งที่มั่นใจว่าแรงที่มีคงขัดขืนอีกคนให้เลิกลวนลามได้ แต่เมื่อความอ่อนไหวตรงอกถูกสัมผัสด้วยนิ้วยาวเรี่ยวแรงทั้งหมดก็หายไปจนต้องยอมตามเกมของคนแก่กว่าไปจนจูบหวานๆนั้นละออก
 
 
 
“คุณ..ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ ถึงจะมาทำเรื่องลามกแบบนี้ได้!”
 
 
“อะ…ผม..ขอโทษผมอดใจไม่ไหว มันคิดถึงคุณจนทำลงไป”
 
 
“ลามก! กลับไปเลย!”
 
 
 
ถึงจะออกปากไล่ แต่ความสั่นไหวในใจยังเต็มเปี่ยม ผู้ชายคนนี้ทำให้ใจสั่นได้ทุกครั้งที่สัมผัสกัน แถมการกระทำเมื่อครู่มันก็ทำให้ส่วนอ่อนไหวบางที่เกิดตื่นขึ้นมาจนต้องหาหมอนมาปิด
 
 
 
“คุณจะมาฟัคผมอีกงั้นสิ?!”
 
 
 
แมกซ์ที่กลัวว่าเด็กหนุ่มจะโมโหจึงกอดเข้าเต็มอ้อมแขนแล้วกล่าวขอโทษซ้ำๆ พร้อมบอกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆและร่างกายที่สมบูรณ์แบบทำให้เผลอตัวทำแบบนั้นลงไป
 
 
 
“ไม่ต้องมาอ้างเลย..”
 
 
 
เสียงอู้อี้พูดกับอกคนกอด ลึกๆแล้วเขาก็ต้องการมันจึงไม่ผลักไสเจ้าของอ้อมกอดนี้ เพียงแต่หากยินยอมง่ายๆก็คงถูกเททิ้งได้ง่ายๆเหมือนกัน
 
 
 
“ถึงผมจะทำงานแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ง่าย..ถ้าคุณอยากจะแก้ตัวผมก็จะให้โอกาส”
 
 
“จริงเหรอ?!”
 
 
ใบหน้าดีใจเหมือนสุนัขที่ตื่นเต้นทำให้เด็กหนุ่มเผลอหัวเราะออกมาแล้วกล่าวต่อ
 
 
“จะไม่มีการสัมผัสใดๆทั้งสิ้น จนกว่าจะครบหกเดือน”
 
 
“หกเดือน?!!”
 
 
 
ใบหน้าคนเด็กกว่าพยักยืนยันว่าเอาจริง
 
 
 
“ต..แต่ในกรณีที่อยากคบกันนะ ถ้าไม่อยากก็แค่เพื่อน…ที่ผมคงไม่ยอมนอกจากเต้นให้ดู”
 
 
“คบกัน…หกเดือนผมก็ยอมครับ!”
 
 
 
รอดูไปเถอะ จะทนได้นานแค่ไหนกันเชียว
 
 
 
ฮาเปอร์คิดในใจก่อนยอมให้อีกฝ่ายกอดเมื่อทำข้อตกลงกันแล้วเรียบร้อย โดยทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่ามีใครยืนแอบมองอยู่ด้านหน้าประตูด้วยใบหน้ายินดีและมีความสุข
 
 
 
 
หวังว่าผู้ชายคนนี้คงจะช่วยให้ฮาเปอร์สมหวังและลืมเรื่องร้ายๆไปได้สักที นีน่าคิดในใจก่อนออกจากห้องปล่อยให้สองคนนั้นใช้เวลาร่วมกันตามลำพัง
 
 
 
 
 
 
TBC.💋
 
 
 
ยาวมากกกกกกกกกกก ยาวสะใจหรือยังล่ะ @collonz 55555555
 
 
 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและเม้นและสกรีมใส่เรานะคะ ฮือออออดีใจมากๆเลย รักกกก <3

[Baseball Player] Adulterer 8/?

Adulterer – Chapter.6
 
Max Scherzer/Bryce Harper
 
 
By.Lizxeh
 
 
 
 
 
😈
 
 
 
 
 
“มีพัสดุมาส่งค่ะบอส อยู่บนโต๊ะนะคะ”
 
 
 
เลขาสาวหน้าห้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับเจ้านายที่มาทำงานแต่เช้า เธอยิ้มอย่างพยายามไม่หลุดแซวออกไปเมื่อคนที่เซ็นรับของจากบุรุษไปรษณีย์หนุ่มคือเธอเอง
 
 
 
“ขอบคุณครับ”
 
 
 
ถึงจะงงงวยเล็กน้อยว่าพัสดุอะไรและใครกันที่เป็นคนส่งมา แต่เมื่อเปิดประตูห้องทำงานมา รอยยิ้มและอารมณ์ดีๆหายไปทันทีที่ได้เห็นกล่องสีฟ้าใบใหญ่ที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะ เพราะเป็นคนซื้อเองกับมือทำไมจะจำไม่ได้ว่ากล่องใบนี้มาจากไหน และเขาให้ใครไป
 
 
แมกซ์ถอนหายใจแล้วเปิดกล่องออกดูช้าๆ คาดหวังในใจขอให้อย่าเป็นไปอย่างที่คิดเลย แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อสิ่งของในกล่องเหมือนเดิมทุกชิ้นตั้งแต่ส่งไปเมื่อวันศุกร์
น้ำหอม เครื่องประดับและครีมบำรุงผิวเซ็ตใหญ่ยังอยู่ในกล่องเช่นเดิมราวไม่เคยถูกแกะออกใช้ ที่เพิ่มมาคือซองจดหมายใบเล็ก จ่าหน้าซองถึงเขา
 
 
 
 
‘ขอบคุณ ต่อไปนี้ไม่ต้องเอามาให้อีกแล้ว ไม่ต้องการ
ส่วนของที่เหลือเดี๋ยวเอามาให้คืนให้ มีบางชิ้นที่ใช้ไปแล้วผมก็จะหามาคืน
 
 
ไม่อยากรู้จัก
 
 
– ฮาเปอร์’

 
 
 
 
“โธ่เว้ย!”
 
 
 
กล่องกระดาษ แฟ้มและอื่นๆบนโต๊ะถูกปัดลงด้วยความโมโหจากเจ้าของบริษัท ความโมโห น้อยใจและหงุดหงิดผสมกันไปหมดจนแมกซ์ต้องกดออกโทรหาคนเดียวที่รู้เรื่องนี้เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องเด็กหนุ่ม
 
 
 
เพราะในตอนนี้ เขาคิดว่าคงหลงรักเด็กนั่นเสียแล้ว
 
 
 
 
 
😈
 
 
 
 
 
เจสันถูกลากออกจากเตียงด้วยเสียงเรียกเข้าย้ำๆที่มาจากเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในกลุ่มที่แต่งงานแล้ว ถึงจะหงุดหงิดแค่ไหนแต่ฟังจากน้ำเสียงของเจ้าตัวก็พอรู้ว่าหมดหนทางแก้ปัญหาถึงได้เรียกเขาไปคุยแบบนี้
 
 
ถึงที่พักกับบริษัทเพื่อนผู้ว้าวุ่นจะอยู่ไม่ไกลมากนักแต่ปัญหารถติดตอนเช้าๆมักทำให้การเดินทางเสียเวลาไปถึงสองเท่าเสมอ หากเป็นปกติเขาจะนั่งเลื่อนหน้าจอดูรูปสาวฮอตในอินสตาแกรมจนกว่าจะไปเขียว แต่วันนี้แปลกไปเมื่อคนที่เดินข้ามถนนตรงหน้าคือใครที่คุ้นตา
 
 
 
ใครคนที่ทำให้คนแต่งงานแล้วอย่างเพื่อนเขาคลั่งได้แม้เพียงรู้จักไม่นาน
 
 
 
ความตั้งใจที่จะรีบไปหาเพื่อนแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเมื่อล้อรถเลี้ยวไปอีกทางแทนที่จะเป็นด้านขวาอย่างทุกที เพราะเด็กหนุ่มผมน้ำตาลกำลังเดินไปด้านนั้น ข้างกายเป็นสาวสวยอีกคนที่คุ้นหน้าดีสำหรับลูกค้าขาประจำเช่นเขา – นีน่า
 
 
ทั้งคู่เดินไปคุยไปพร้อมด้วยในอ้อมแขนเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยกล่องของขวัญใหญ่ตกแต่งอย่างดี สีหน้าทั้งคู่ไม่ได้บอกว่าเป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป รวมทั้งท่าทางที่มีก็ทำให้คาดเดาไม่ยากว่าหญิงสาวคงอยากให้เด็กหนุ่มเก็บกล่องไปใบนั้นมากกว่านำมันไปที่อื่น อาจทิ้ง หรือส่งคืนเจ้าของ แต่เจสันไม่ได้สนใจ เพราะกำลังเพ่งมองไปที่กล่องสีน้ำเงินใบนั้น มันคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะมองจากจากในรถแต่มัน..
 
 
 
“กล่องนั่น…แมกซ์?”
 
 
 
ทันทีที่ขับเข้ามาใกล้พอก็นึกออกว่ากล่องใบนั้นมาจากไหน ทั้งลวดลายและโบว์ที่เขาเลือกเองกับมือทำไมจะจำไม่ได้ว่ามันเป็นกล่องที่เพื่อนเขาตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญเด็กหนุ่มโดยนำไปฝากไว้ที่ร้าน และด้านในมีเสื้อผ้าแบรนด์ดังตามสไตล์วัยรุ่นชอบใส่
 
 
ขับตามมาสักพักสองคนนั้นเดินเลี้ยวเข้าไปข้างในคอนโดแห่งหนึ่ง เจสันพยายามมองและขับตามแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เขาจึงรอจนสองคนนั้นขึ้นไปแล้วค่อยออกตัวว่ามาหญิงสาวและแอบอ้างว่าเป็นหนุ่งในทีมงานที่ต้องมาคุยธุรกิจกับเธอ
 
 
ถึงจะใช้เวลานานแต่ในที่สุดก็ได้เข้าถึงล็อบบี้ พยายามทำตัวให้เป็นปกติและสอบถามจนรู้ว่าหมายเลขห้องของทั้งคู่ โชคดีที่มีแม่บ้านช่างพูดแอบกระซิบมาว่าเป็นห้องของฝ่ายชายแต่ผู้หญิงมักมาอาศัยยามทะเลาะกับคนรัก ทำให้ความสงสัยของเขาคลายกังวล
 
 
 
และคิดว่าเช้านี้เขามีอะไรไปให้เพื่อนมากกว่าแค่คำปรึกษา
 
 
 
 
 
😈
 
 
 
 
 
“ทำไมไม่ให้ส่งใบนี้ไปด้วยล่ะ? เอาไว้ก็รกหูรกตา”
 
 
 
นีน่าส่ายหัวให้ความดื้อรั้นของคนเด็กกว่า กล่องหลายใบถูกเจ้าตัวส่งกลับคืนไปยังเจ้าของเดิมหมดแล้ว จะมีก็เพียงสีน้ำเงินใบเดียวที่เธอไม่อยากให้มันไปไหน มันเป็นกล่องแรกที่ได้รับและเป็นกล่องที่ฮาเปอร์มองด้วยความดีใจเพราะเป็นของขวัญแทบจะชิ้นแรกในชีวิตที่เด็กหนุ่มได้มาจากคนที่ไม่ได้ต้องการเพียงร่างกาย และเป็นกล่องแรกที่ได้มาจากคนที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานหรือซิสเตอร์ที่บ้านเด็กกำพร้า
 
 
 
“ก็ฉันคิดว่า..มันเข้ากับห้องนอนนายดี สีน้ำเงินตัดขาวในห้องไง”
 
 
 
ฮาเปอร์มองจ้องก่อนจะถอนหายใจอย่างยอมแพ้ เขาไม่ได้ต้องการมันอีกต่อไปแล้วกับของขวัญของคนผิดสัญญา ของขวัญจากคนที่ทำเหมือนแตกต่างแต่สุดท้ายก็เหมือนคนอื่นที่ต้องการเพียงแค่ร่างกาย เห็นเขาเป็นที่ระบายความใคร่ในตัว เหมือนอย่างหลายคนที่ผ่านที่ พอปล่อยให้รอนานไม่เข้าหาก็จากไปหาคนอื่น หาที่ระบายตัณหาใหม่โดยไม่พึ่งเขา
 
 
กลิ่นหอมจากออมเล็ตที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ลืมเรื่องราวอื่นไปเสียหมด มีเพียงความต้องการของท้องที่ร้องโครกครากเพราะมันเลยเวลาอาหารเช้ามาได้สักพักแล้ว แค่ซีเรียลกับนมในตอนก่อนออกไปไม่นับว่าเป็นอาหารนอกจากแค่ของว่างกันแสบท้องก็เพียงเท่านั้น
 
 
มือขาวจัดแจงเตรียมโต๊ะอาหารรอให้อีกคนยกมาเสิร์ฟ น้ำส้มและนมถูกวางไว้ด้านข้างของสองที่นั่ง ในที่สุดนีน่าก็เสิร์ฟอาหารเช้าสุดอร่อยให้ได้ชิมกันจนลืมเรื่องกล่องของขวัญสีน้ำเงินไปเสียสนิท
 
 
 
เพียงแต่คนที่ไม่ลืมอย่างนีน่ากำลังคิดวางแผนให้เด็กหนุ่มได้กลับไปเจอเจ้าของกล่องใบนี้อีกครั้ง
 
 
 
 
 
😈
 
 
 
 
 
ประตูเปิดเข้ามาในตอนเกือบสิบโมงเช้า เจ้าของห้องเงยหน้าจากกองเอกสารมองผู้มาเยือนที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มและผมพลิ้วสวย
 
 
 
“โทรหาตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน นายเพิ่งมาเนี่ยนะ?”
 
 
 
เจสันหลุดขำกับคำบ่นที่คาดคิดไว้ในใจแล้วว่าอีกคนต้องพูดแบบนี้ แต่ใบหน้าไม่สบอารมณ์ของคุณซีอีโอใหญ่ทำให้ต้องกลั้นขำไวก่อนแล้วเอ่ยถามถึงเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้
 
 
แมกซ์ถอนหายใจอย่างอ่อนล้าแล้วบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่าใครกันที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ และต้องทำยังงึงจะมีโอกาสได้เจอเด็กหนุ่มอีกครั้งโดยไม่หนีไปเสียก่อน
 
 
 
“เขาส่งของขวัญคืนมาหมดเลย มีแค่เข็มขัดกับเสื้อสองตัวที่เอาไปใช้ นอกจากนั้น..เหมือนมันไม่มีค่าอะไรเลย”
 
 
“รู้ได้ไงว่าทั้งหมด? เด็กนั่นเก็บกล่องสำน้ำเงินเอาไว้”
 
 
เจ้าของห้องหันจ้องเพื่อนที่พูดราวกับเห็นด้วยตา จนเจสันต้องยืนยันว่าเมื่อเช้าได้เห็น และได้รู้อะไรมา
 
 
“รู้อะไรมั้ย วันนี้ฉันไม่ได้มาแค่ให้คำปรึกษา แต่มาพร้อมนี่”
 
 
 
ตัวหนังสือที่ถูกขีดเขียนอย่างชุ่ยๆบนเศษกระดาษใบเล็กทำให้แมกซ์งุนงงเล็กน้อยว่ามันคืออะไร ก่อนจะก้มลงอ่านอีกครั้งเมื่อเพื่อนจอมเจ้าชู้บอกให้ลองนึกดูดีๆ
 
 
 
แล้วเขาก็รู้ว่าทำไมชื่อคอนโดมันถึงได้คุ้นตาเหลือเกิน
 
 
 
“ขอบใจมาก! วันนี้ฉันไม่ทำงานแล้ว”
 
 
 
เจสันหัวเราะเพื่อนที่รีบเก็บของแล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าอย่างคนมีความหวังที่จะได้เจอคนรัก แม้ใครจะสงสัยว่าทำไมท่านประธานสุดดุคนนั้นถึงดูอารมณ์ดีนัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม
 
 
 
หวังว่าจะสมหวังสักทีนะเพื่อน
 
 
 
 
 
😈
 
 
 
 
 
ใช้เวลาไม่นานจากบริษัทถึงคอนโดสุดหรูแห่งนี้ ผู้รักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าเข้มเมื่อเห็นรถไม่คุ้นตากลับยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่นั่งอยู่ด้านในนั้น
 
 
พนักงานที่ล็อบบี้ แม่บ้านและพนักงานคนอื่นๆอีกกี่คนยิ้มแล้วทำความทักทายชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เจ้าตัวแค่ยกมือแล้วตอบกลับให้ทุกคนทำตัวตามสบาย ถึงจะแปลกๆแต่ต่างคนก็ต่างกลับไปทำหน้าที่ตามเดิมยกเว้นหญิงสาวตรงหน้า
 
 
 
“ห้อง307..สัญญาซื้อของใคร?”
 
 
หญิงสาวพยักหน้ากล่าวให้รอสักครู่แล้วเรียกข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดูก่อนจะตอบพร้อมรอยยิ้ม
 
 
 
“คุณฮาเปอร์ค่ะ ไบรซ์ ฮาเปอร์”
 
 
ความสงสัยทำให้เธอกล่าวถามต่ออย่างลืมตัว
 
 
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ..คุณเชอร์เซอร์?”
 
 
 
แมกซ์ยิ้ม ตอบกลับว่าแค่อยากมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้มาตรงกับในระบบ เขาขอตัวแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังห้องเป้าหมายเพื่อขอโอกาสได้คุยกับคนที่คิดถึงอีกครั้ง
 
 
 
ว่าแล้วทำไมถึงคุ้นกับชื่อคอนโดที่นี่นัก ก็มันเป็นคอนโดของเขาเอง
 
 
 
 
 
 
TBC.😈
 
 
 
 
– มาแล้วววว มาเร็วเคลมเร็วมากๆ รู้ตัวอีกทีฟิคเรื่องนี้ก็จะสิบตอนแล้ว555555555 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและขอบคุณคนที่สกรีมใส่(เป็นคนเดียวกับที่คอยทวงวันเว้นวัน555) แต่งแล้วนะะะ <3

[Baseball Player] Adulterer 7/?

Adulterer – Chapter.7
 
Max Scherzer / Bryce Harper
 
 
By. Lizxeh
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
ของขวัญกล่องที่หกแล้วนับตั้งแต่กล่องแรกที่ได้รับมา ภายนอกไม่มีอะไรบ่งบอกว่ามาจากไหน มีเพียงแค่การ์ดที่เขียนชื่อและที่อยู่ของผู้รับเอาไว้ แรกๆคนทั้งร้านก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร หลายคนตื่นเต้นกับของขวัญกล่องใหญ่ไร้ชื่อผู้ส่ง ต่างลุ้นต่างคาดหวังให้เป็นของตัวเอง แต่เมื่อพลิกการ์ดที่ติดแน่นกับริบบิ้นโชว์มาดูถึงได้รู้ว่าเป็นของเด็กหนุ่มสุดฮอตอย่างฮาเปอร์
 
 
นีน่าแบกกล่องใบใหญ่กลับห้องเป็นครั้งที่หก ถึงจะไม่ได้เปิดดูว่าใครส่งมาก็เดาได้ไม่ยากว่าคงไม่พ้นหนุ่มธุรกิจเจ้าของตาสองสีที่ตามตื๊อคนใจแข็งอย่างฮาเปอร์มาหลายอาทิตย์แล้ว และทุกวันศุกร์ก่อนออกจากร้านเธอต้องเจอกับกล่องของขวัญใบใหญ่ที่ต้องแบกกลับมาแทนเจ้าของตัวจริง เพราะฮาเปอร์รู้ทันว่าทุกศุกร์ใครคนนั้นจะมาเฝ้าคอย เจ้าตัวจึงไม่เข้าร้านและกลายเป็นวันหยุดประจำทุกอาทิตย์ไปเสียแล้ว
 
 
คนดื้อหันมองในตอนที่เสียงกล่องกระทบกับพื้นโต๊ะ รอยยิ้มซนปรากฏขึ้นเมื่อดูจากสีหน้าแล้วเห็นได้ชัดว่ามันเป็นกล่องของเขา ไม่ใช่พี่สาวคนสวย
 
 
 
“วันนี้เป็นอะไรน้า..”
 
 
“ทีหลังหัดไปเอาเองเลยนะไอ้เด็กดื้อ เขาตามตื๊อขนาดนี้ยังใจแข็งอีก”
 
 
“ทำเป็นพูดไป เธอเองก็ชอบที่ได้แบกกล่องของขวัญอวดคนอื่นไม่ใช่เหรอ”
 
 
 
ฮาเปอร์หัวเราะเมื่อรู้ทันหญิงสาวที่ยกมือยอมแพ้ก่อนจะขอตัวไปเข้านอน เพราะการที่เธอหอบมันกลับมาคอนโดแบบนี้ใครต่อใครก็คิดไปแล้วว่าเป็นกล่องของขวัญจากคนรักของเธอ แต่ความจริงมีเพียงเขาทั้งคู่ที่รู้ดีว่ามันเป็นของใคร
 
 
ริบบิ้นสีขาวถูกแกะออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเปิดฝาออกและของด้านในที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดังหลายต่อหลายตัว พร้อมด้วยการ์ดเหมือนอย่างทุกที เพียงแต่วันนี้มันเป็นการ์ดหอมใบใหญ่กว่าทุกครั้ง
 
 
 
 
‘สุขสันต์วันหยุดนะครับ ร้านบอกว่าคุณลาพักร้อนช่วงสุดสัปดาห์ ผมเลยซื้อเสื้อผ้ามาให้เผื่อคุณจะชอบแล้วเอาไปใส่เที่ยว ยังไงผมก็หวังว่าจะได้เจอคุณนะครับฮาเปอร์
 
 
คิดถึง
 
แมกซ์’
 
 
 
 
นีน่ามองเด็กหนุ่มยิ้มกว้างกับการ์ดใบใหญ่แล้วทำได้แค่ส่ายหน้ายิ้มๆก่อนเข้าห้องเพื่อพักผ่อนร่างกายเสียที อย่างน้อยก่อนนอนได้เห็นคนที่เป็นห่วงมีความสุขเธอก็ดีใจแล้ว
 
 
 
“อะไรกันเนี่ย”
 
 
 
ถึงจะบ่นออกไปแบบนั้นแต่รอยยิ้มกว้างก็บอกให้รู้ว่าเด็กหนุ่มชอบใจและเขินอายกับประโยคลงท้ายของการ์ดมากแค่ไหน เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้มีใครมาทำให้ใจเต้นแรงกับเรื่องโรแมนติกๆแบบนี้ แถมคนที่เข้ามาในชีวิตส่วนใหญ่ต้องการแค่ร่างกายและเซ็ก ไม่มีใครมารอตื๊อได้นานเท่าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
 
 
 
หรือเขาควรจะเปิดใจเสียที?
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
แมกซ์เช็คคอลเลกชั่นใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าเจ้าประจำที่ใส่อยู่ เขาอยากตัดสูทใหม่สักสองสามชุดเพื่อให้ทันงานวันเกิดของหุ้นส่วน และที่เหลือก็เผื่องานสำคัญอื่นๆที่ต้องไปพบคนสำคัญ อย่างเช่นลูกค้า
และเด็กหนุ่มคนนั้น
 
 
แค่คิดรอยยิ้มก็แต่งแต้มใบหน้า จนคนนั่งข้างๆต้องเอ่ยปากถามว่าเกิดเรื่องดีอะไรถึงได้ยิ้มสดใสออกมาแบบนั้น
 
 
 
“อ๋อ..คิดเรื่องสูทน่ะ จะตัดสูทใหม่เลยนึกไว้ว่าคงต้องออกมาดี”
 
 
“ไม่ใช่เรื่องเด็กคนนั้นหรอกเหรอ?”
 
 
 
สายตารู้ทันของเจสันมองตอบกลับมาให้คนโกหกต้องยกมือยอมแพ้ว่าแท้ที่จริงแล้วอะไรเป็นสาเหตุของรอยยิ้มนี้
 
 
 
“นายยิ้มมากกว่าตอนจีบเอริก้าเสียอีก”
 
 
 
ไบรอันพูดทักขึ้นมาด้วยความไม่ถือสา แต่กลับทำให้บรรยากาศสดใสของคนทั้งโต๊ะหายไป โดยเฉพาะกับสามีของคนที่ถูกพูดถึงอย่างแมกซ์ที่แทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาแต่งงานแล้วและมีภรรยาที่วิเศษมากๆอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเธอไม่รู้เรื่องราวที่เขามาติดใจเด็กหนุ่มนักเต้นเปลือยคนนั้น
 
 
 
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทุกเย็นวันศุกร์เขาเบี้ยวนัดมื้อค่ำของเธอเพื่อมาสังสรรค์และรอคอยจะได้พบหน้าเด็กคนนั้นอีกครั้ง
 
 
 
เจสันเขวี้ยงน้ำแข็งก้อนเล็กใส่เพื่อนร่วมโต๊ะที่ทำงานกร่อย เขาหันกลับมามองหน้าเพื่อนอีกคนที่รอยยิ้มสดใสหายไปแล้ว เหลือแต่เพียงความเงียบและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม
“เฮ้..อย่าถือสาหมอนั่นเลย มันปากสุนัขอยู่แล้ว”
แมกซ์ยกมือแล้วกล่าวว่าไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว แต่กลับขอตัวทั้งที่อาหารยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง ทั้งสองหนุ่มที่เหลือจึงไม่รั้งไว้และปล่อยให้เพื่อนกลับไปเคลียร์งานต่อ โดยที่ไบรอันก็ยังไม่รู้ตัวสักนิดว่าสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกไปคือสาเหตุของการขอตัวกลับก่อนของเพื่อน
“พูดแบบนั้นออกไปแมกซ์มันก็คิดมากสิวะ อุตส่าห์ได้เจอคนดีๆนอกจากยัยเอริก้าสักที”
“ขอโทษๆ ก็คิดว่าแมกซ์มันรู้เรื่องแล้ว..”
เจสันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายอีกครั้งก่อนลงมือทานอาหารต่อและได้แต่หวังว่าเพื่อนจะไม่คิดมากจนปล่อยให้คนที่ถูกใจหลุดลอยหายไปจากชีวิต
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
คืนวันศุกร์มาเยือนอีกครั้งและในวันนี้ฮาเปอร์ยินดีที่จะเจอใครคนนั้นที่คอยส่งของขวัญมาให้จนเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้แทบเต็มห้อง
 
 
แสง สี และเสียงเริ่มขึ้นเหมือนเช่นเคย คืนนี้นอกจากจะเข้ามาร้านและเด็กหนุ่มยังเตรียมโชว์พิเศษเพื่อคนพิเศษไว้ให้ผู้ชายตาสองสีคนนั้นเป็นการขอบคุณที่ยังอดทนรอและคอยส่งของขวัญราคาแพงมาให้เสมอ
 
 
 
“ฉันไม่เห็นวี่แววเขาเลย สงสัยคืนนี้จะไม่มาแล้วมั้ง”
 
 
 
เสียงซินดี้เอ่ยขึ้นอย่างกังวลเมื่อรับรู้เรื่องราวจากปากนีน่าถึงผู้ชายคนหนึ่งที่มาติดพันชอบพออยู่กับเด็กหนุ่มที่ใครต่อใครต่างต้องการตัว เรื่องราวทำให้เธอร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่ายถึงขนาดคอยติดตามสอบถามลูกค้าประจำของเธอเสมอว่าได้พาเพื่อมาด้วยหรือเปล่า
 
 
แต่คำตอบในคืนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอหวังไว้
 
 
 
“ฮาเปอร์..เขาไม่มาหรอกนะ”
 
 
 
คำพูดจากนีน่าช่วยยืนยันและทำลายความหวังของเด็กหนุ่มลงจนหมดสิ้น ดวงตาสีฟ้าสว่างสอดส่องพยายามมองหาคนที่ต้องการเจอจากโต๊ะมุมเดิมแต่ก็ไร้วี่แวว มีเพียงกลุ่มเพื่อนของใครคนนั้นแต่ไร้เงาเจ้าตัว
 
 
ถึงอย่างนั้นงานก็คืองาน การแสดงสุดพิเศษจากทางร้านได้เริ่มขึ้น ผู้คนมากมายต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มไม่กี่คนบนเวทีที่อวดเรือนร่างแข็งแรงพร้อมกับท่วงท่าอันยั่วยวนใจสะกดสายตาคนดู โดยเฉพาะเด็กหนุ่มตรงกลางเวทีที่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนเสียงกรีดร้องชื่นชอบก็ดังตามมาให้ได้ยินแทบจะทุกครั้ง
 
 
แต่จุดประสงค์ของฮาเปอร์กลับเป็นชายคนที่ไม่มาในคืนนี้
 
 
ทั้งที่ยอมอดทนตามง้อตามตื๊ออยากพบเจอเป็นเดือนๆ พอถึงเวลาดันกลับไม่มาให้เห็นหน้า คิดได้แบบนั้นความรู้สึกแปลกๆก็ดันขึ้นจนเต็มอกเพียงแต่เก็บไว้ รอจนการแสดงสิ้นสุดลงถึงได้กลับลงมาระบายให้คนที่ไว้ใจฟัง
 
 
 
“ไม่น่าเชื่อใจคนแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ”
 
 
 
ใบหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาให้นีน่าต้องหลุดขำเมื่อคนใจแข็งกลับกลายเป็นฝ่ายอารมณ์เสียเสียเองเมื่อคนที่คอยตามเอาใจหายไป
 
 
 
“ไหนว่าไม่สนใจไง?”
 
 
“ก็..อยากจะขอบคุณแค่นั้นเอง”
 
 
 
ใครสักคนในร้านยกกล่องสีชมพูใบใหญ่มาให้พร้อมกล่าวว่าเป็นของขวัญของคนที่ส่งมาให้ประจำ ถ้าเป็นปกติมันคงพาให้ใจเต้น แต่ในตอนนี้ที่อารมณ์หลายอย่างตีกันวุ่นวายไปหมด ทำให้หลายคนตกใจตอนได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ย
 
 
 
“เอาไปทิ้งให้หมดเลย!”
 
 
 
ฮาเปอร์หันมาลานีน่า,ซินดี้และคนอื่นๆว่าจะขอตัวกลับก่อนเพราะรู้สึกไม่สบาย ทั้งยังยืนกรานต่อนีน่าว่าเจ้าตัวอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องห่วง ก่อนจะกลับถึงห้องด้วยอารมณ์แปลกๆที่บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร
 
 
มันทั้งหงุดหงิดที่ใครคนนั้นไม่มา ทั้งโมโหที่ไม่รักษาคำพูดเหมือนบอกไว้ในการ์ดว่าอยากพบเจอ ทั้งเสียใจ…ที่ไม่ได้เจอหน้า
 
 
 
สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงนอนมองกล่องใหญ่หลายใบที่ตั้งไว้อย่างดีตรงมุมห้อง ยิ้มเย้ยให้ตัวเองกับความหวังลมๆแล้งๆว่าใครคนนั้นจะสนใจตัวเองมากกว่าแค่เรื่องเซ็ก
 
 
ทั้งหมดก็แค่เรื่องหลอกลวง
 
 
 
“ไม่ต้องมาให้เห็นอีกเลยนะไอ้บ้า!!”
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
แมกซ์หยุดพักหายใจตรงทางเข้าหน้าคลับประจำเพราะเหนื่อยจากการรีบวิ่งหลังได้รับข้อความของเจสันที่บอกว่าการแสดงกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า แต่การจราจรติดขัดในวันศุกร์ทำให้ยากจะฝ่ามา สุดท้ายจึงจบลงที่เขาวิ่งกระหืดกระหอบมาจากรถที่จอดทิ้งไว้หน้าโรงแรมเล็กๆ
 
 
ในที่สุดเขาก็เข้ามาถึงโต๊ะประจำที่เต็มไปด้วยกลุ่มเพื่อนหน้าเดิมๆ เพิ่มเติมที่แต่ละคนแทบไม่ละออกจากสาวสวยบนหน้าตักเลยสักนิดจนต้องสะกิดถาม
 
 
 
และคำตอบที่ได้จากเจสันก็ทำให้แมกซ์รู้สึกว่าความหวังพังทลายลงในพริบตา
 
 
 
“หนุ่มคนนั้นกลับไปแล้วล่ะ”
 
 
 
 
 
 
 
TBC.
 
 
 
 
– มาช้าขออภัยค่ะ เน็ตบ้านมีปัญหาแงงงงง ตอนนี้ก็แชร์เน็ตจากทรศ.อยู่ ซึ่งช้ามากกกกกหงุดหงิดฮือออออ ยังไงก็ขอให้สนุกนะคะ
 
 
– ก่อนจากขอฝากร้านเสื้อผ้าด้วยน้า twitter2ig : @lizxehstore , ร้านคอนแทคเลนส์ ig : @lizlens
 
ราคาถูกแถมส่งฟรีด้วยนะเอ้ออออ มาชมกันก่อนได้นะะะ <3
 
 
 
ไปแล้วล่ะ บ๊ายบายยยย